สหรัฐถือหุ้นอินเทล 10% เสริมบทบาทวงการเซมิคอนดักเตอร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปิดดีลการลงทุนในบริษัท อินเทล เป็นที่เรียบร้อย โดยการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทในสัดส่วน 9.9% มูลค่ารวม 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 288,182 ล้านบาท) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ

รัฐบาลสหรัฐถือหุ้นอินเทล 10% เสริมบทบาทวงการเซมิคอนดักเตอร์

ภายใต้ข้อตกลงที่เปิดเผยออกมา รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้นสามัญของบริษัทอินเทลจำนวน 433.3 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.9% ของบริษัท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการให้บทบาทแก่ภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนความมั่นคงในห่วงโซ่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

เงินลงทุนมาจากแหล่งใดบ้าง?

วงเงินลงทุนทั้งหมดมูลค่า 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมาย “Chips and Science” ที่บริษัทเคยได้รับแต่ยังไม่ได้เบิกจ่าย และอีก 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากโครงการพัฒนาชิปในเชิงทหารและข่าวกรอง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทั้งนี้ ยังนับรวมการลงทุนก่อนหน้านี้อีก 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับจากเงินช่วยเหลือด้านชิป ซึ่งทำให้ยอดลงทุนรวมของรัฐบาลสหรัฐฯ ในบริษัทอินเทลแตะระดับ 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 359,418 ล้านบาท)

จากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งของ อินเทล บริษัทได้ระบุว่า การถือหุ้นครั้งนี้เป็นการถือหุ้นแบบ “Passive Ownership” ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ไม่มีผู้แทนในคณะกรรมการ หรือการควบคุมกิจการของบริษัทแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ได้โพสต์ความเห็นว่า “ตอนนี้ สหรัฐเป็นเจ้าของและควบคุมอินเทลอยู่ในสัดส่วน 10%” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศ

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง อินเทล ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญในการต่อกรกับการแข่งขันของประเทศอื่น เช่น จีน ที่มีการลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นกัน

การลงทุนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนอินเทลทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับซัพพลายเชนในประเทศและมาตรการป้องกันความมั่นคงทางไซเบอร์

ผลระยะยาวจากการเติมทุนให้อินเทลโดยรัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำของสหรัฐในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอาจทำให้เกิดการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของภาครัฐในอุตสาหกรรมไฮเทคอย่างครั้งนี้ สะท้อนแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปของนโยบายอุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งเริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุมทรัพยากรกลุ่มสำคัญ เช่น ชิป อย่างใกล้ชิด เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก และรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สุดท้ายแล้ว การถือหุ้น 10% ในครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ แม้จะเป็นการถือหุ้นแบบ “ไม่เข้าควบคุม” แต่ก็สามารถสร้างมูลค่าและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับอินเทลได้อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่โลกต้องพึ่งพาระบบเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นข่าวสำคัญไม่เพียงแค่สำหรับอินเทล แต่สำหรับทั้งเศรษฐกิจโลกด้วย

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจหรือมีความสนใจในเทคโนโลยีระดับโลก อย่าพลาดการติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของอินเทลและนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลกระทบอย่างมหาศาลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศและโลกในอนาคต

ที่มา – รัฐบาลสหรัฐปิดดีล ซื้อหุ้น ‘อินเทล’ 10% เพิ่มบทบาทในวงการเซมิคอนดักเตอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *