อนุกรรมการนิรโทษกรรมถก 23 วาระคดีการเมือง

การประชุมครั้งแรกของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะมีการนำเสนอวาระเกี่ยวกับคดีการเมืองถึง 23 เรื่อง โดยคณะอนุกรรมการจะตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่

การทำงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพิจารณาว่าคดีใดเข้าหลักเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และคดีใดควรส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งศาล สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกระบวนการดังกล่าวต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

อนุกรรมการนิรโทษกรรมถก 23 วาระคดีการเมือง

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง เปิดเผยว่า การประชุมจะพิจารณาเรื่องที่หน่วยงานต่าง ๆ ส่งมา รวมถึงคำร้องขอนิรโทษกรรมจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง จากนั้นจะสรุปความเห็นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาในขั้นตอนต่อไป

คณะอนุกรรมการมีอำนาจเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าข้อมูลในสำนวนยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังสามารถพิจารณาได้ว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องให้คณะกรรมการชุดใหญ่มีคำวินิจฉัย แต่ควรส่งให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดคดีการเมืองและกรอบเวลาพิจารณา

วาระที่นำเข้าสู่การพิจารณาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นบางประเภท เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรงตามมาตรา 297 รวมถึงความผิดต่อส่วนตัว

หากคดีใดมีพฤติการณ์ตรงตามหลักเกณฑ์ ผู้เกี่ยวข้องอาจได้รับประโยชน์หลายด้าน เช่น การลบทะเบียนประวัติอาชญากร การยุติคดีในระบบ การจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือการปล่อยตัวผู้ต้องขังและผู้ต้องหา ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละคดีและการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 1/2569 หลังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กรณีทักษิณอาจไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาคือคำร้องที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีรายงานว่า คดีทั้ง 4 คดีที่ยื่นคำร้องอาจมีลักษณะเป็นคดีทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ และไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงหรือสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง จึงมีแนวโน้มว่าอาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตามกรอบของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการที่มีอำนาจ การนำเสนอข้อมูลในระยะนี้จึงควรเข้าใจว่าเป็นแนวโน้มจากการพิจารณาเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อยุติสุดท้าย และผลอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีเอกสารหรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

สำหรับแนวทางการทำงาน กระทรวงยุติธรรมเน้นการเร่งแก้ไขปัญหาภายในกรอบเวลา 6 เดือน โดยให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรม ผลกระทบต่อครอบครัว และสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบจากคดีหรือการคุมขังอันเกี่ยวเนื่องกับการเมือง การดำเนินการจึงไม่ได้มองเฉพาะตัวคดีเท่านั้น แต่ยังพิจารณาผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ และโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมของผู้เกี่ยวข้องด้วย

สิ่งที่ประชาชนควรติดตามต่อจากนี้

  • ผลการกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการต่อทั้ง 23 วาระ
  • หลักเกณฑ์และคำอธิบายว่าคดีประเภทใดเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่ายนิรโทษกรรม
  • ความเห็นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่
  • แนวทางที่ศาล อัยการ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะนำไปปฏิบัติ
  • การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา ผู้ต้องขัง ผู้เสียหาย และครอบครัวของทุกฝ่าย

โดยสรุป อนุกรรมการนิรโทษกรรมถก 23 วาระคดีการเมือง ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการนำกฎหมายนิรโทษกรรมมาสู่การปฏิบัติจริง แม้ยังไม่มีข้อยุติในทุกคดี แต่การเปิดเผยขั้นตอนและหลักเกณฑ์อย่างชัดเจนจะช่วยให้สังคมตรวจสอบได้มากขึ้น ประชาชนควรติดตามผลการพิจารณาจากหน่วยงานทางการโดยตรง และใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อให้การคลี่คลายความขัดแย้งเดินหน้าอย่างเป็นธรรมและไม่สร้างความเข้าใจผิดเพิ่มเติม

ที่มา – นัดแรก! อนุกรรมการนิรโทษกรรม ถก 23 วาระคดีการเมือง ชี้ปม “ทักษิณ” ส่อไม่อยู่ในเกณฑ์ล้างผิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *