‘อนุทิน’เดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ

โครงการแลนด์บริดจ์กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไทย เมื่อ ‘อนุทิน’ ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันนโยบายนี้ เพื่อดึงดูดเงินทุนไหลเข้าประเทศและสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชนชาวไทย โครงการนี้ไม่ใช่แค่อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพการค้าขายของไทยในเวทีโลก

‘อนุทิน’เดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศว่าจะนำโครงการแลนด์บริดจ์เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยยืนยันว่า ‘อนุทิน’เดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เป็นนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทยที่ศึกษามาอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันทั้งด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ต้นทุนการก่อสร้างที่เหมาะสม และรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายอนุทิน เน้นย้ำว่าตอนนี้มีเหตุผลเร่งด่วนมากขึ้นในการพิจารณาโครงการนี้ เนื่องจากมีการแข่งขันกันแสดงความเป็นเจ้าของช่องทางการขนส่ง โดยเฉพาะแนวคิดการเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ทั่วโลก หากไทยมีแลนด์บริดจ์ที่เชื่อถือได้ จะช่วยสร้างประโยชน์ รายได้ และความมั่งคั่งให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการเป็นทางลัดขนส่งสินค้าจากอินเดียตะวันออกไปยังมหาสมุทรอินเดีย ลดระยะทางและเวลาเมื่อเทียบกับเส้นทางช่องแคบมะละกา

ประโยชน์ของโครงการ ‘อนุทิน’เดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge คือการเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกชายฝั่งอ่าวไทยที่สงขลากับท่าเรือน้ำลึกชายฝั่งอันดามันที่กระบี่ ด้วยระบบรถไฟความเร็วสูง ทางหลวง และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งจะช่วยลดเวลาขนส่งสินค้าจาก 10-15 วันเหลือเพียง 3-5 วัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีนที่กำลังมองหาเส้นทาง BRI (Belt and Road Initiative) ทางเลือก

  • เพิ่มรายได้ให้ประเทศ: จากค่าผ่านทาง ค่าบริการโลจิสติกส์ และภาษีนำเข้า-ส่งออก
  • สร้างอาชีพ: คาดว่าจะก่อสร้างงานนับแสนตำแหน่งทั้งในภาคก่อสร้างและบริการ
  • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: พื้นที่ภาคใต้จะกลายเป็นฮับโลจิสติกส์ระดับโลก
  • ยกระดับเทคโนโลยี: นำเทคโนโลยี 4.0 มาปรับใช้ในระบบขนส่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ นายอนุทิน ตอบอย่างหนักแน่นว่า “มันเป็นเรื่องของส่วนรวม” แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มองกว้างไกล เกินกว่าปัญหาท้องถิ่น โครงการนี้ได้รับการศึกษาจากหลายหน่วยงาน รวมถึงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ โครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรมสู่ฮับการค้าทางบกชั้นนำของอาเซียน สามารถแข่งขันกับโครงการคล้ายๆ กันในลาวหรือเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่งทางทะเลที่ยาวนาน

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรค เช่น การจัดหาที่ดิน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการระดมทุน แต่ด้วยความมุ่งมั่นของ ‘อนุทิน’ และทีมพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขได้ในไม่ช้า

สุดท้าย โครงการนี้ไม่ใช่แค่สร้างถนนหรือรางรถไฟ แต่เป็นการปูทางสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน หากคุณสนใจเรื่องเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน แนะนำให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และแสดงความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่า คุณมองโครงการนี้อย่างไร จะช่วยไทยได้จริงหรือไม่?

ที่มา – ‘อนุทิน’เดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *