อัครนันท์ดึง 4 ผู้ทรงคุณวุฒิเสริมทัพแก้ปัญหาบูลลี่
ปัญหาการบูลลี่ในสถานศึกษาเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลต่อทั้งร่างกาย จิตใจ การเรียน และความสัมพันธ์ของเด็กและเยาวชน กระทรวงศึกษาธิการจึงเดินหน้าพัฒนากลไกดูแลสิทธิและความปลอดภัยของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการว่า ได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คนเข้ามาร่วมทำงานกับคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิฯ
การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนแนวทาง อัครนันท์ดึง 4 ผู้ทรงคุณวุฒิเสริมทัพ เพื่อเพิ่มความหลากหลายด้านความรู้และประสบการณ์ให้กับศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ โดยผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 คนมีความถนัดแตกต่างกัน ตั้งแต่ด้านการศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชน สุขภาพจิต ไปจนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ ความร่วมมือจากหลายสาขาจะช่วยให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาในโรงเรียนมีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น
อัครนันท์ดึง 4 ผู้ทรงคุณวุฒิเสริมทัพ
ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งประกอบด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวปารมี ไวจงเจริญ ผู้มีบทบาทด้านการปฏิรูปการศึกษาและการขับเคลื่อนประเด็นทางการศึกษา นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และนายตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยา นักวิชาการ และอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
อัครนันท์ดึง 4 ผู้ทรงคุณวุฒิเสริมทัพ เพื่อดูแลนักเรียนรอบด้าน
จุดเด่นของคณะทำงานชุดใหม่นี้คือการนำมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญหลายด้านมาประสานกัน การมีผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างและบริบทของโรงเรียน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตสามารถสนับสนุนการประเมินผลกระทบทางอารมณ์ของผู้ถูกบูลลี่ได้อย่างเหมาะสม ส่วนนักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาจะช่วยวิเคราะห์สาเหตุ รูปแบบพฤติกรรม และปัจจัยที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิในสถานศึกษา
การทำงานดังกล่าวไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันในระยะยาว โดยศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ จะทำหน้าที่เป็นช่องทางให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน และประสานความช่วยเหลือแก่เด็ก นักเรียน ผู้ปกครอง หรือบุคลากรทางการศึกษาที่พบปัญหา การมีหน่วยงานที่เข้าถึงง่ายจะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้ได้รับผลกระทบ และทำให้พวกเขากล้าขอความช่วยเหลือมากขึ้น
เร่งประชาสัมพันธ์ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ให้เข้าถึงทุกโรงเรียน
นอกจากการเสริมบุคลากรแล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังเร่งประชาสัมพันธ์ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ให้เป็นที่รู้จักในโรงเรียนทั่วประเทศ เนื่องจากศูนย์ดังกล่าวยังเป็นกลไกใหม่ นักเรียนจำนวนมากจึงอาจไม่ทราบว่ามีช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ถูกข่มขู่ ถูกกลั่นแกล้ง หรือเผชิญปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเอง
กระทรวงได้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ให้สื่อสารและสร้างความเข้าใจกับสถานศึกษาทั่วประเทศ พร้อมกำหนดให้โรงเรียนจัดทำบอร์ดประชาสัมพันธ์และติดโปสเตอร์แสดงช่องทางติดต่อของศูนย์อย่างชัดเจน นักเรียนจะสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหรือเข้าถึงข้อมูลการขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย
- โรงเรียน ควรประชาสัมพันธ์ช่องทางติดต่อศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ในพื้นที่ที่นักเรียนมองเห็นได้ง่าย
- ครูและบุคลากร ควรรับฟังปัญหาโดยไม่ซ้ำเติม และส่งต่อเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว
- ผู้ปกครอง ควรสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัว หรือมีความเครียดผิดปกติ
- นักเรียน ควรเก็บหลักฐานเมื่อเกิดการบูลลี่ และขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ
การป้องกันบูลลี่ให้ได้ผลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงการล้อเล่นหรือเรื่องเล็ก เพราะคำพูดและพฤติกรรมบางอย่างอาจสร้างบาดแผลทางใจที่ติดตัวเด็กไปอีกนาน การดำเนินงานตามแนวทาง อัครนันท์ดึง 4 ผู้ทรงคุณวุฒิเสริมทัพ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างระบบคุ้มครองสิทธิที่ครอบคลุมและตอบโจทย์สถานการณ์จริง
หากทุกโรงเรียนสื่อสารช่องทางช่วยเหลืออย่างทั่วถึง รับฟังนักเรียนอย่างจริงจัง และดำเนินการอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ การสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัยก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง นักเรียนทุกคนควรรู้ว่าพวกเขามีสิทธิได้รับความเคารพ ความปลอดภัย และความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหา
ที่มา – ‘อัครนันท์’ ดึง 4 ผู้ทรงคุณวุฒิเสริมทัพ เร่งประชาสัมพันธ์ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯทั่วรร. สกัดปัญหาบูลลี่