อินเดียประท้วงอิหร่าน หลังเรือน้ำมันสองลำโดนยิงในช่องแคบฮอร์มุซ

เหตุการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่ออินเดียประท้วงอิหร่าน หลังเรือน้ำมันสองลำโดนยิงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ โดยผ่านที่นี่มีน้ำมันถึง 20% ของโลก ทำให้เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างสองประเทศ แต่กระทบเศรษฐกิจโลกทั้งหมด

อินเดียประท้วงอิหร่าน หลังเรือน้ำมันสองลำโดนยิงในช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 19 เมษายน กระทรวงการต่างประเทศไทยอินเดียได้ออกแถลงการณ์สำคัญ โดยเชิญนายโมฮัมหมัด ฟัตฮาลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำอินเดีย เข้าพบเพื่อแสดง “ความวิตกกังวลอย่างยิ่ง” ต่อเหตุการณ์ที่เรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติอินเดีย 2 ลำ ถูกโจมตีระหว่างแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันเสาร์ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบอีกครั้ง เพื่อตอบโต้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐอเมริกา

แหล่งข่าวจากรัฐบาลอินเดียเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ อินเดียได้ส่งรายชื่อเรือที่ประสงค์เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้อิหร่านทราบล่วงหน้าแล้วถึง 21 ลำ เพื่อแสดงความโปร่งใสและความร่วมมือ แต่ท้ายที่สุดเรือ 2 ลำก็ยังถูกยิง ทำให้อินเดียไม่พอใจอย่างมาก ในที่ประชุม ทูตอิหร่านชี้แจงว่าเหตุการณ์ทั้งสองเป็น “อุบัติเหตุที่ไม่เจตนา” และสัญญาว่าจะปรับปรุงการสื่อสารระหว่างกันให้ดีขึ้น

สาเหตุเบื้องหลังอินเดียประท้วงอิหร่าน

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 21 ไมล์ แต่เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่คับคั่งที่สุดในโลก อิหร่านซึ่งครอบครองฝั่งหนึ่งของช่องแคบ ได้ประกาศปิดกั้นเส้นทางนี้ โดยเตือนว่าเรือทุกลำที่เข้าใกล้จะถูกมองเป็นเป้าหมายทางทหาร ตราบใดที่สหรัฐยังคงกดดันอิหร่านด้วยมาตรการทางทะเล สถานการณ์นี้ย้อนกลับไปถึงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐที่ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐถอนตัวจากสนธิสันติภาพนิวเคลียร์

สำหรับอินเดียซึ่งพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 85% เหตุการณ์อินเดียประท้วงอิหร่าน หลังเรือน้ำมันสองลำโดนยิงในช่องแคบฮอร์มุซ จึงเป็นหายนะที่อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลต่อเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าของอินเดีย

อินเดียเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% และราคาน้ำมันอาจทะยานสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ยังกระทบการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของอินเดียไปยังยุโรปและเอเชีย

  • ผลกระทบต่อน้ำมัน: อินเดียนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก
  • ความเสี่ยงด้านความมั่นคง: เรือสินค้าอินเดียเสี่ยงถูกโจมตีเพิ่ม
  • เศรษฐกิจโลก: จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
  • การทูต: อินเดียพยายามรักษาความสมดุลระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

รัฐบาลอินเดียกำลังเร่งเจรจากับอิหร่านเพื่อหาทางออก และอาจหันไปพึ่งแหล่งน้ำมันอื่นๆ เช่น รัสเซียหรือสหรัฐ เพื่อลดความเสี่ยง

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซในอดีต

ช่องแคบฮอร์มุซเคยถูกปิดในปี 1980s ระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่ง 4 เท่า ปัจจุบัน แม้จะไม่ปิดเต็มรูปแบบ แต่การโจมตีเรือโดยกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง ทำให้บรรยากาศตึงเครียด สหรัฐได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาประจำการเพื่อปกป้องเส้นทาง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลาม หากไม่มีการเจรจาที่จริงจัง

สุดท้ายแล้ว อินเดียประท้วงอิหร่าน หลังเรือน้ำมันสองลำโดนยิงในช่องแคบฮอร์มุซ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายอย่างไร? ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเรา และแชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ!

ที่มา – อินเดียประท้วงอิหร่าน หลังเรือน้ำมันสองลำโดนยิงในช่องแคบฮอร์มุซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *