อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนในภูมิภาคอาเซียนกันเลยครับ อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของโลก แต่สิงคโปร์และมาเลเซียกลับไม่เห็นด้วย! ข่าวนี้มาจากกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ออกมาเสนอไอเดียสุดแหวกแนวนี้ โดยได้แรงบันดาลใจจากอิหร่านที่เก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าทำได้จริง คงสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศชายฝั่งช่องแคบแห่งนี้แน่นอน

อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา แรงบันดาลใจจากอิหร่าน

ปูร์บายา มองว่าถ้าอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมพลังกันเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบมะละกา จะกวาดรายได้มหาศาล เพราะอินโดนีเซียมีชายฝั่งยาวที่สุดติดกับช่องแคบนี้ ข้อเสนอนี้นับเป็นแค่นโยบายเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ใช่การตัดสินใจฝ่ายเดียว ต้องคุยกันกับเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศที่แบ่งอาณาเขตช่องแคบนี้ด้วย ช่องแคบมะละกาเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่คับคั่งที่สุดในโลก มีเรือสินค้าผ่านวันละนับหมื่นลำ นำน้ำมันและสินค้าจากตะวันออกกลางไปยุโรปและอื่นๆ

ทำไมอินโดนีเซียถึงสนใจเก็บค่าผ่านทาง?

อินโดนีเซียเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในอาเซียน กำลังมองหาแหล่งรายได้ใหม่เพื่อพัฒนาประเทศ ช่องแคบมะละกาครอบคลุมความยาวกว่า 800 กิโลเมตร ระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซีย และสิงคโปร์อยู่ปลายทาง ถ้าข้อเสนอนี้เวิร์ก คงช่วยเพิ่มงบประมาณให้รัฐบาลได้เยอะ โดยไม่กระทบการค้าจำนวนมากนัก

สิงคโปร์-มาเลเซีย ไม่เอาด้วยกับข้อเสนออินโดนีเซีย

แต่ข่าวร้ายสำหรับอินโดฯ คือ เพื่อนบ้านไม่เห็นด้วยเลย นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวชัดว่าช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ต้องเปิดเสรีสำหรับทุกชาติ ไม่สนับสนุนการจำกัดหรือเก็บค่าผ่านทาง เพราะขัดหลักสิทธิผ่านทางตามกฎหมายระหว่างประเทศ สามประเทศมีผลประโยชน์ร่วมในการรักษาความเสรีนี้

ทางมาเลเซีย นายแอนโทนี โลค รัฐมนตรีคมนาคม ก็ยืนยันเหมือนกัน ว่ามุ่งมั่นรักษาเสรีภาพการเดินเรือ โดยยึดกฎหมายสากล ช่องแคบนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์มาก เพราะเป็นฮับการขนส่งโลก สิงคโปร์ได้ประโยชน์จากท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ความสำคัญของช่องแคบมะละกาต่อเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบมะละกาไม่ใช่แค่ช่องแคบธรรมดา แต่เป็นหลอดเลือดใหญ่ของการค้าเอเชีย ราว 25% ของสินค้าน้ำมันโลกและ 50% ของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านที่นี่ รายได้จากการขนส่งและท่าเรือสร้างงานและเศรษฐกิจให้ภูมิภาคมหาศาล ถ้าเก็บค่าผ่าน อาจทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น ส่งผลต่อผู้บริโภคทั่วโลก

  • ผ่านเรือสินค้าวันละกว่า 120,000 ลำ
  • ขนส่งน้ำมัน 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • มูลค่าการค้าปีละกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์

ข้อดี-ข้อเสีย หากอินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา สำเร็จ

มาดูมุมมองทั้งสองฝั่งกันครับ

  • ข้อดี: สร้างรายได้ให้รัฐบาลอินโดฯ มาเลเซีย สิงคโปร์ ใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่ง
  • ช่วยรักษาความปลอดภัยทะเล ป้องกันโจรสลัด
  • คล้ายโมเดลปานามา หรือซุเอซ ที่เก็บค่าผ่านทาง
  • ข้อเสีย: อาจทำให้เรือเลี่ยงไปเส้นทางอื่น เช่น ช่องแคบซุนดา ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม
  • ขัด UNCLOS (อนุสัญญาไอเอ็มโอ) เรื่องสิทธิผ่านทาง
  • กระทบการค้าจีน-อินเดีย-ยุโรป

สุดท้ายแล้ว ข้อเสนออินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา นี้คงต้องรอ consensus จากสามประเทศ ในเมื่อสิงคโปร์และมาเลเซียยืนกรานเรื่องเสรีภาพ คงยากที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่เป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังพัฒนากำลังมองหาวิธีใหม่ๆ สร้างรายได้จากทรัพยากรทางทะเล

คุณคิดยังไงกับไอเดียนี้? ถ้าสำเร็จจะกระทบราคาน้ำมันในไทยไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวเศรษฐกิจอาเซียนแบบเรียลไทม์นะครับ!

ที่มา – อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน “ช่องแคบมะละกา” สิงคโปร์-มาเลเซีย ไม่เอาด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *