อุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน
อุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า หลายพื้นที่ของประเทศไทยตอนบนอาจพบฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง ประชาชนจึงควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ลักษณะอากาศดังกล่าวจะเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นจึงขยับไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก สาเหตุสำคัญมาจากมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันลมฝ่ายตะวันออกจะพัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามัน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่
อุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ต้องระวังอะไรบ้าง
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเพิ่มความระมัดระวังระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักและลมแรง เพราะอาจทำให้ทัศนวิสัยลดลง ถนนลื่น น้ำรอการระบาย และเกิดกิ่งไม้หรือสิ่งของปลิวลงมาได้ ผู้ที่อยู่กลางแจ้งควรหลีกเลี่ยงบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา เสาไฟ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง หากมีฟ้าร้องหรือฟ้าผ่า ควรเข้าไปอยู่ในอาคารที่ปลอดภัยและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
อุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน รายภูมิภาค
- ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส และสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยอาจมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมหลายจังหวัด เช่น เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม ขอนแก่น นครราชสีมา ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
- ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
- ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงหรือฝนตกหนักบางแห่ง ในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น ชาวเรือต้องระวังคลื่นสูง
สำหรับภาคใต้ ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ฝั่งตะวันออกตั้งแต่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ไปจนถึงนราธิวาส อาจมีฝนตกหนักเป็นระยะ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 22-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก คาดว่าจะมีฝนมากบริเวณพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณห่างฝั่งคลื่นอาจสูงกว่า 1 เมตร หากมีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยายังระบุว่า ช่วงวันที่ 7-13 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากลมฝ่ายตะวันออกที่ปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำควรติดตามประกาศเตือนภัยและเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก
คำแนะนำสำหรับประชาชนและผู้เดินเรือ
- ตรวจสอบหลังคา ประตู หน้าต่าง และสิ่งของที่อาจปลิวเมื่อมีลมแรง
- หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือใกล้ป้ายโฆษณา
- ลดความเร็วและเปิดไฟหน้ารถเมื่อขับผ่านพื้นที่ฝนตกหนัก
- งดทำกิจกรรมกลางแจ้งทันทีเมื่อเกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือลมกระโชกแรง
- ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
- ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป สภาพอากาศระยะนี้มีความแปรปรวนและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ขอให้ทุกคนวางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน และดูแลคนในครอบครัวเป็นพิเศษในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
ที่มา – อุตุฯเตือนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง-ลูกเห็บตก