อโมริมรับผีแดงแพ้กริมสบีราบคาบ
รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจหลังจากที่ทีมของเขาแพ้ กริมสบี ทาวน์ อย่างน่าผิดหวังในการแข่งขัน คาราบาว คัพ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยแม้จะตาม 0-2 ในครึ่งแรก แต่ยูไนเต็ดสามารถตีเสมอได้เป็น 2-2 จากลูกยิงของ ไบรอัน เอ็มเบอโม และแฮร์รี แม็กไกวร์ แต่สุดท้ายกลับแพ้ที่ดวลจุดโทษ 11-12 ส่งผลให้ตกรอบกระชับมิตรถ้วยยูฟ่าแบบพลิกแพลง
อโมริมยอมรับผีแดงแพ้กริมสบีอย่างด้อยคุณภาพ
ในการแถลงหลังเกม อโมริมกล่าวว่า “เราแสดงฟอร์มที่ไม่ดีตั้งแต่เริ่มเกม ไม่มีความเข้มข้น และไม่มีการเพรสซิ่งอย่างจริงจัง มันไม่ใช่แค่เรื่องของช่องว่างในระดับทีม แต่ในวันนี้ ทีมที่ดีกว่าคือผู้ชนะ และเห็นได้ชัดว่า กริมสบีเป็นทีมที่ดีกว่า”
จุดเริ่มต้นเกมคือจุดเริ่มต้นความพ่ายแพ้
ทั้งนี้ แม้ แมนฯยูไนเต็ด จะสามารถฟื้นตัวในครึ่งหลังและตีเสมอได้สำเร็จ แต่ “มิสเตอร์ อีลิเมนท์” กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมเชื่อว่าความพยายามในการกลับมาตีเสมอของเรานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามีคุณค่ามากขึ้นในแมตช์ หากเริ่มเกมได้อย่างมั่นคงและมีการควบคุมเกมตั้งแต่แรกก็คงจะต่างไป”
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ อโมริมกลายเป็นกุนซือคนแรกของ ยูไนเต็ด ที่พาทีมแพ้ให้กับทีมจาก division ที่ต่ำกว่าในรายการนี้ นั่นก็คือ เกรทเตอร์ มันส์ฟิลด์ ทาวน์ ที่เพิ่งเพิ่มเติมจากลีกทู และปัจจุบันอยู่ลีกทูเอ็นแอล (National League) ซึ่งมีเพียงหนึ่งระดับจากลีกสูงสุดของอังกฤษ
- แพ้ 0-2 ครึ่งแรกตั้งแต่ต้น
- ตีเสมอ 2-2 จาก ไบรอัน เอ็มเบอโม และ แฮร์รี แม็กไกวร์
- แพ้จุดโทษ 11-12 พร้อมตกรอบคาราบาว คัพ
- เป็นกุนซือคนแรกของแมนยูที่ให้ทีมแพ้ทีม division ที่ต่ำกว่า
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของผีแดง อโมริมยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาภายในทีม ในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การเตรียมตัวความพร้อมของนักเตะ ไปจนถึงการทำงานของสตาฟฟ์โค้ช เขาเปิดเผยว่า “เราต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ให้เกิดมานิโฟลด์ที่เข้มแข็ง มีความสม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพในทุกด้านทั้งเกมรุก และเกมรับ”
ในตอนท้ายเขายังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ทุกคนในทีมต้องเข้าใจว่า ถ้าเราไม่มีความมุ่งมั่นตั้งแต่ซ้อม เราก็จะไม่มีผลลัพธ์ที่ดีในสนาม มันเป็นเวลาที่เราต้อง ‘มูฟออน’ และโฟกัสกับเกมส์ต่อไปอย่างเต็มที่”
แม้ว่าเกมนี้จะถือว่าเป็นแรงกระตุ้นให้ผีแดงตื่นขึ้นจากความฝัน แต่ในอีกด้านก็เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับกุนซือวัย 39 ปี กับการสร้างทีมให้มีความพร้อมอย่างแท้จริง ก่อนเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในพรีเมียร์ลีก และศึกยุโรปในสัปดาห์หน้า
คุณคิดว่า แมนยู จะกลับมาแรงในฤดูกาลนี้หรือยัง? บอกความคิดเห็นของคุณมาได้เลยในช่องคอมเม้นต์ด้านล่าง!