อ่างห้วยไม้เต็งยังไม่วิกฤต รับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง จังหวัดราชบุรี ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่และมีภาพน้ำไหลซึมบริเวณทำนบดินเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลายคนจึงกังวลว่าเขื่อนอาจมีปัญหาด้านความมั่นคงหรือกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานราชบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบและยืนยันว่า อ่างห้วยไม้เต็งยังไม่วิกฤต รับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม. พร้อมติดตามปริมาณน้ำและสภาพโครงสร้างอย่างใกล้ชิด

นายพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณผิดปกติที่จำเป็นต้องยกระดับเป็นสถานการณ์วิกฤต ขณะนี้อ่างเก็บน้ำยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังจากยกสันฝายพับได้ขึ้นประมาณ 1.5 เมตร จึงยังมีพื้นที่สำหรับรับน้ำฝนและน้ำที่ไหลเข้าอ่างในระยะนี้

อ่างห้วยไม้เต็งยังไม่วิกฤต รับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม.

แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เจ้าหน้าที่ควบคุมได้ แต่ประชาชนไม่ควรประมาท เพราะหากมีฝนตกเหนือพื้นที่อ่างอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ประเมินว่าอาจเกิดน้ำล้นทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ ภายในประมาณ 5–6 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝน ระยะเวลาที่ฝนตก และปริมาณน้ำจากพื้นที่โดยรอบที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ

อ่างห้วยไม้เต็งยังไม่วิกฤต แต่ต้องเฝ้าระวังฝนต่อเนื่อง

สำหรับภาพน้ำซึมจากทำนบดินที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดทางวิศวกรรม โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นน้ำที่ไหลผ่านระบบระบายน้ำซึมภายในเขื่อน ลักษณะน้ำที่พบมีความใสและยังไม่พบตะกอนดินปะปน ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถสรุปผลด้านความมั่นคงของโครงสร้างได้ทั้งหมด

โครงการชลประทานราชบุรีจึงประสานฝ่ายความปลอดภัยเขื่อนและอาคารชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 13 ให้เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่จะพิจารณาทั้งอัตราการไหลของน้ำซึม สีและความขุ่นของน้ำ แรงดันภายในทำนบ สภาพลาดดิน รวมถึงข้อมูลระดับน้ำและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่าง เพื่อให้การประเมินมีความแม่นยำและสามารถกำหนดแนวทางรับมือได้อย่างเหมาะสม

นอกจากการตรวจสอบโครงสร้างแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ประสานจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณแนวลำน้ำห้วยอ่างทอง การแจ้งเตือนล่วงหน้าจะช่วยให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและลดความเสียหายหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ในจุดที่ปลอดภัย โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

  • ยกเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์การเกษตร และสิ่งของมีค่าขึ้นไว้ในที่สูง
  • นำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะไปจอดในพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงน้ำท่วม
  • ตรวจสอบเส้นทางอพยพและจุดปลอดภัยของชุมชนล่วงหน้า
  • ติดตามประกาศเรื่องระดับน้ำและการระบายน้ำจากหน่วยงานราชการ
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ทางน้ำ ทำนบดิน และพื้นที่ที่มีน้ำไหลแรง

ส่วนสถานการณ์แม่น้ำแม่กลอง ขณะให้สัมภาษณ์ยังมีการระบายน้ำบริเวณท้ายเขื่อนแม่กลองประมาณ 1,000–1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำจึงควรเฝ้าระวังต่อเนื่อง แม้ระดับน้ำยังไม่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ไม่ควรรีบนำสิ่งของที่ยกขึ้นไปไว้บนที่สูงกลับลงมา จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและมีประกาศยืนยันจากเจ้าหน้าที่

การประเมินว่า อ่างห้วยไม้เต็งยังไม่วิกฤต รับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม. ไม่ได้หมายความว่าประชาชนสามารถละเลยการเตรียมพร้อมได้ เพราะสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกสะสมหลายวัน การติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยง

ในระยะนี้ หน่วยงานชลประทานจะติดตามระดับน้ำ ปริมาณฝน และสภาพทำนบดินอย่างต่อเนื่อง หากพบความเปลี่ยนแปลงจะแจ้งเตือนประชาชนทันที ดังนั้นชาวราชบุรีและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ท้ายน้ำควรเตรียมความพร้อมไว้ก่อน ไม่ตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะการรับรู้ข้อมูลเร็วและวางแผนล่วงหน้าจะช่วยปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิตของทุกครอบครัวได้ดีที่สุด

ที่มา – ชลประทานยันอ่างห้วยไม้เต็ง ยังไม่วิกฤตรับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม. หากฝนตกต่อเนื่องเสี่ยงล้นสปิลเวย์ใน 5-6 วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *