เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา หลังที่ประชุมสภาฯ ‘งบผ่าน 257 ต่อ 230’
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยภายหลังการอภิปรายร่วมเป็นเวลา 3 วัน ได้มีการลงคะแนนเสียงจนออกผลว่า มีเสียงเห็นด้วย 257 เสียง ไม่เห็นด้วย 230 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นร่างกฎหมายดังกล่าวจึงถูกส่งไปยังวุฒิสภาเพื่อดำเนินการพิจารณาต่อ
เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา หลังที่ประชุมสภาฯ ‘งบผ่าน 257 ต่อ 230’
ภายหลังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความร่วมมือในการพิจารรงบประมาณครั้งนี้ โดยระบุว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
การจัดสรรงบประมาณที่โปร่งใส
ทั้งนี้ ท่านรมว.คลังได้เน้นย้ำว่า งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาแล้วจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างเคร่งครัด ภายใต้มาตรการที่มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
ผลการลงคะแนนครั้งนี้เสียงเห็นชอบจากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นฝ่ายที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด โดยมีเสียงของ สส.งูเห่าจากพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคที่เปลี่ยนแนวทางการลงคะแนน ซึ่งรวมถึง สส.จากพรรคประชาชน, พลังประชารัฐ, และภูมิใจไทย ที่ได้ลงมติเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ
- น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน
- น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ
- น.ส.ประภา เฮงตระกูล สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย
อย่างไรก็ตาม เสียงไม่เห็นด้วยจำนวน 230 เสียง ส่วนใหญ่มายังจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน และมีบางกรณีที่ สส. พarti ร่วมรัฐบาลบางรายไม่มีการลงคะแนนเสียง ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง (เพื่อไทย) และนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ (รวมไทยสร้างชาติ)
กรณีคลิปเสียงซื้อโหวตในสภาฯ
ในประเด็นคลิปเสียงการซื้อโหวตที่เกี่ยวข้องกับ สส.พรรคประชาชน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องได้รับการสอบสวนอย่างเปิดเผย เพื่อความถูกต้องในการดำเนินคดี และเพื่อป้องกันการตีความผิดในวงการการเมือง
นอกจากนี้ “เลขาบอย” สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยว่า นายกฯ พรรคเพื่อไทย อย่างนายแพทองธาร ชินวัตร มีแผนที่จะเข้าฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า กรณีนี้อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งในเชิงการเมืองและต่อตัวนายกฯ เอง
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในตำแหน่งนายกฯ จะมีแคนดิเดตสำรองอย่างนายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งพร้อมจะรับหน้าที่หากถึงจุดวิกฤติ
ด้านคดีฮั้ว สว.
ด้านหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง ดีเอสไอ ได้เตรียมออกหมายเรียกผู้สมัคร สว. อีกกว่า 1,200 ราย หลังพบความเกี่ยวข้องของกลุ่มพลีชีพที่เกี่ยวข้องกับการบิดเบือนการเลือก ส.ว. โดยพบธุรกรรมการเงินที่สัมพันธ์กับนักการเมืองใน 45 จังหวัด
พยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนเงิน, การรับจ้างเป็นโหวตเตอร์ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มในพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยงานสอบสวนเตรียมดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป
ในทางการเมือง ยังมีความเคลื่อนไหวอีกด้านเมื่อมีการประกาศแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568
การผ่าน งบประมาณพ.ศ.2569 ด้วยคะแนน 257 ต่อ 230 ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็นในมุมของความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล หรือผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลในสายตาสาธารณชน
หากคุณกำลังติดตามสถานการณ์การเมืองในไทยในปัจจุบัน เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นหลักที่คุณต้องไม่พลาด ใช่ไหม?
ที่มา – เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา หลังที่ประชุมสภาฯ ‘งบผ่าน 257 ต่อ 230’





