เก็บน้ำเต็มศักยภาพ คุมเข้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทย โดยระบุว่า การติดตามสภาพอากาศพบว่าร่องมรสุมพัดผ่านหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นบางแห่ง โดยเฉพาะใน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก ขณะที่พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

เก็บน้ำเต็มศักยภาพ คุมเข้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

สำหรับปริมาณฝนที่ตกในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดที่ได้รับปริมาณฝนสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ เพชรบูรณ์ 166 มม., อุบลราชธานี 138.5 มม. และ ระยอง 131.5 มม. ทำให้บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง และเกิดน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่าง ๆ เช่น ลุ่มน้ำชี ยม เจ้าพระยา และอื่น ๆ

น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังมีพื้นที่รองรับมาก

ปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 56,280 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 74% ของความจุโดยรวม โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเขื่อนหลัก 4 แห่ง คือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำรวมประมาณ 19,439 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 78% ของความจุ ยังมีความสามารถรองรับน้ำอีกกว่า 5,400 ล้านลบ.ม.

ทั้งนี้ เขื่อนที่มีปริมาณน้ำเกินเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่มอก และเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นต้น ทาง กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมด้านท้ายน้ำ

เก็บน้ำเต็มศักยภาพ คุมเข้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

สถานการณ์ในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท พบว่าสถานีวัดน้ำที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วัดอัตราการไหลได้ที่ 1,982 ลบ.เมตร/วินาที ซึ่งเมื่อรวมกับน้ำจากแม่น้ำสาขาแล้ว ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาแบบ ขั้นบันได ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2,000 ลบ.เมตร/วินาที โดยมีการติดตามประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด เพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อน พร้อมลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

แนวทางการจัดการน้ำที่ยั่งยืน

การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุล ทั้งการเก็บกักน้ำรับฝนเพื่อรองรับฤดูแล้ง และป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน ซึ่งจะต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการจัดการน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลและการวางแผนล่วงหน้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสูงสุดทั้งในด้านเกษตรกรรม การใช้น้ำอุปโภคบริโภค และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

ด้วยการบริหารจัดการอย่างรอบคอบและเป็นระบบ เราเชื่อว่าสามารถจัดการน้ำได้อย่าง เก็บน้ำเต็มศักยภาพ คุมเข้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของคุณและชุมชนโดยรอบ

ที่มา – เก็บน้ำเต็มศักยภาพ คุมเข้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *