เจาะลึก ดีลลับ-ดีลลวง เปลี่ยนขั้วรัฐบาล เป็นไปได้แค่ไหน?
ช่วงนี้กระแสการเมืองไทยร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะข่าวลือเรื่อง ดีลลับ-ดีลลวง เปลี่ยนขั้วรัฐบาล ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแวดวงนักวิเคราะห์การเมือง หลายคนตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสภา โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวจากพรรคฝ่ายค้านที่เริ่มขยับตัวเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั้งแบบทั่วไปและไม่ไว้วางใจ
สถานการณ์ ดีลลับ-ดีลลวง เปลี่ยนขั้วรัฐบาล เป็นอย่างไร?
หลายคนคงจับตามองข่าวคราวการจับมือกันระหว่าง “พรรคเขียว” และ “พรรคแดง” ว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล มากน้อยเพียงใด แม้ในความเป็นจริงรัฐบาลชุดปัจจุบันจะเผชิญกับปัญหามากมายอยู่แล้ว แต่หากเกิดการรวมตัวกันของขั้วต่างๆ จริง สมการการเมืองย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความเป็นไปได้ของ ดีลลับ-ดีลลวง เปลี่ยนขั้วรัฐบาล
หากเรามาไล่เรียงตัวเลข สส. ในสภาฯ จะพบว่าหากมีการพลิกขั้วโดยพรรคร่วมรัฐบาลเทภูมิใจไทย แล้วหันไปจับมือกับพรรคส้มหรือพรรคฝ่ายค้านอื่น ตัวเลขที่ได้นั้นมีความเป็นไปได้ที่จะตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การจะรวมเสียงให้ครบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีเงื่อนไขทางอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะพรรคส้มที่ต้องรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชนว่าจะไม่จับมือกับพรรคบางพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้วอำนาจเดิม
ประเด็นที่น่าสนใจคือ:
- ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปราย ม.152 และ ม.151 เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น
- กระแสข่าวการดีลกันระหว่างพรรคเขียวและพรรคแดงอาจเป็นเพียงแค่การโยนหินถามทาง
- พรรคส้มยังคงยืนหยัดในจุดยืนเดิม ทำให้การเกิดดีลที่มีพรรคกล้าธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูงต่อฐานเสียงของตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าข่าว ดีลลับ-ดีลลวง เปลี่ยนขั้วรัฐบาล นี้จะเป็นเรื่องจริงหรือเพียงแค่กลยุทธ์การเมือง แต่การเปิดสมัยประชุมสภารอบนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่ารัฐบาลจะสามารถประคับประคองตัวผ่านพ้นมรสุมทางการเมืองนี้ไปได้หรือไม่ หรือจะต้องมีการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้ง สิ่งที่ประชาชนควรทำคือติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ เพราะในโลกของการเมือง ผลประโยชน์มักอยู่เหนืออุดมการณ์เสมอ
ที่มา – ดีลลับ-ดีลลวง เปลี่ยนขั้วรัฐบาล