เจาะลึกปัญหา เงินกู้มีแต่ใช้ซื้อของ ในงบประมาณภาครัฐ
ในยุคที่เศรษฐกิจไทยต้องการการฟื้นฟูที่ยั่งยืน การบริหารงบประมาณแผ่นดินควรเน้นไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือการลงทุนที่จะส่งผลบวกต่อประชาชนในระยะยาว แต่สิ่งที่พรรคประชาชนกำลังตั้งข้อสังเกตและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมขณะนี้ คือประเด็น เงินกู้มีแต่ใช้ซื้อของ ที่ดูเหมือนเป็นการใช้งบประมาณในลักษณะที่ไม่ค่อยคุ้มค่าและขาดเป้าหมายที่แท้จริง
เงินกู้มีแต่ใช้ซื้อของ สะท้อนความไม่โปร่งใส
เมื่อพูดถึงการกู้เงินเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด หลายคนคงคาดหวังถึงโครงการขนาดใหญ่ที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ แต่ความจริงที่ปรากฏกลับกลายเป็นการทำแคตตาล็อกให้ท้องถิ่นเลือกซื้อของ เช่น รถเก็บขยะ EV, ระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์, หรืออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งพรรคประชาชนมองว่านี่คือ เงินกู้มีแต่ใช้ซื้อของ ที่อาจไม่ได้ตอบโจทย์การประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง หรืออาจเป็นความพยายามในการสอดไส้โครงการเพื่อหาผลประโยชน์โดยใช้ความเดือดร้อนของประชาชนบังหน้า
ทำไมต้องกู้มาเพื่อซื้อของเท่านั้น?
การยกเลิกโครงการดังกล่าวอย่างกะทันหันโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนหลังจากมีการทักท้วง ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามว่า หากพรรคประชาชนไม่ได้ออกมาเปิดโปง กระบวนการเหล่านี้คงเดินหน้าต่อไปจนครบวงจร การตั้งคำถามว่าทำไมเราจึงเห็นแต่ เงินกู้มีแต่ใช้ซื้อของ ในงบประมาณปี 2570 จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรที่ฝ่ายตรวจสอบต้องทำหน้าที่อย่างเข้มงวด
- ขาดเป้าหมายเชิงโครงสร้างที่จับต้องได้
- เสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันจากการล็อกสเปกโครงการ
- การจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีกรณีของกระทรวงต่างๆ ที่หวงข้อมูลการของบประมาณ ทำให้การตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการฯ เป็นไปได้อย่างยากลำบาก การที่ท้องถิ่นได้รับอนุญาตให้ซื้อของฟุ่มเฟือย เช่น เจ็ตสกี หรือห้องเรียนอัจฉริยะ ทั้งที่มีปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารงบประมาณยังคงมีช่องว่างที่รัฐบาลต้องเข้ามาสะสางอย่างเร่งด่วน
ในฐานะประชาชน เราควรจับตามองการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลให้ดี อย่าให้การกู้เงินเพื่ออนาคตของประเทศ กลายเป็นเพียงเงินที่ไหลเข้าสู่กระเป๋าของใครบางคนผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ไร้ประสิทธิภาพเพียงเท่านั้น
ที่มา – เงินกู้มีแต่ใช้ซื้อของ