เจ้าของกระบะได้รถคืน หลังถูกขายต่อ 5 ทอด
เรื่องราวของ เจ้าของกระบะได้รถคืน กลายเป็นข่าวที่สร้างความโล่งใจให้กับเจ้าของรถและครอบครัว หลังรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีเทา ทะเบียน ปง 8183 กรุงเทพมหานคร ถูกนำไปขายต่อหลายทอด ทั้งที่เจ้าของรถอนุญาตให้คนรู้จักยืมไปใช้งานเพียงชั่วคราว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การไว้ใจคนใกล้ตัวอาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ หากไม่มีการตรวจสอบและป้องกันทรัพย์สินอย่างรอบคอบ
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด สามารถติดตามรถกลับคืนมาได้ภายในเวลาเพียง 5 วัน หลังได้รับแจ้งความจาก น.ส.พรประภา ศรีสังข์ อายุ 53 ปี เจ้าของรถ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ข้อมูลจากประกาศขายรถบนกลุ่มเฟซบุ๊กเป็นเบาะแสสำคัญ และวางแผนติดต่อขอซื้อเพื่อขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
เจ้าของกระบะได้รถคืน หลังถูกขายต่อ 5 ทอด
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 69 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด หลังให้เพื่อนร่วมงานยืมรถกระบะ เนื่องจากรถของอีกฝ่ายเกิดเสียระหว่างใช้งาน ต่อมาผู้ยืมอ้างว่าบ้านถูกงัดและรถกระบะหายไป ทำให้เจ้าของรถเกิดความกังวลอย่างมาก เพราะไม่ทราบว่ารถหายไปตั้งแต่เมื่อใด และใครเป็นผู้ครอบครองคนสุดท้าย
หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่หาหลักฐาน จนกระทั่งวันที่ 30 ต.ค. 69 พบประกาศขายรถกระบะคันดังกล่าวในกลุ่มเฟซบุ๊ก “ชมรม คนรัก Nissan Frontier แห่งประเทศไทย” เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดต่อผู้ขาย โดยมีพลเมืองดีช่วยดำเนินการในลักษณะล่อซื้อ ก่อนนัดหมายรับรถบริเวณหน้าเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เบาะแสจากเฟซบุ๊กนำไปสู่การติดตามรถ
เมื่อถึงจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายสมพร อายุ 55 ปี ผู้ลงประกาศขายรถได้ โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ขายรถกระบะคันนี้จริง จากการสอบสวนเบื้องต้นยังพบว่า รถอาจถูกส่งต่อมาแล้วหลายครั้ง โดยผู้ที่นำรถมาขายต่อเป็นผู้ซื้อรายที่ 5 ทำให้คดีมีความซับซ้อนและต้องขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหารายแรกและรายที่สอง ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับการนำรถไปขายทอดแรก เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับและอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
- เจ้าของรถให้เพื่อนร่วมงานยืม เนื่องจากรถของเพื่อนเสีย
- ผู้ยืมอ้างว่าบ้านถูกงัดและรถหาย
- ตำรวจพบรถจากประกาศขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก
- มีการขายรถต่อหลายทอด โดยผู้รับซื้อรายล่าสุดเป็นรายที่ 5
- เจ้าของรถได้รับรถคืนภายใน 5 วันหลังแจ้งความ
เจ้าของกระบะได้รถคืนเพราะตำรวจเร่งทำงาน
น.ส.พรประภาเปิดเผยด้วยความดีใจว่า เดิมทีไม่คิดว่าจะได้รถกลับคืนมาแล้ว เพราะเชื่อว่ารถน่าจะถูกนำไปขายหรือถอดชิ้นส่วน แต่การทำงานอย่างรวดเร็วของตำรวจ รวมถึงความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ทำให้สามารถติดตามรถกลับมาได้ในเวลาไม่นาน เจ้าของรถยังระบุว่าเพิ่งทราบภายหลังว่าคนที่ยืมรถนำรถไปขายต่อ ไม่ได้สูญหายไปตามที่กล่าวอ้าง
ด้าน พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ เปิดเผยว่า หลังตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเหตุลักทรัพย์จริง จึงให้ทีมสืบสวนติดตามรถทันที เมื่อพบประกาศขายบนโลกออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้วางแผนล่อซื้อและนัดรับรถ ก่อนพบว่ารถผ่านมือผู้ซื้อมาแล้วหลายราย การดำเนินการครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำรถกลับคืน แต่ยังต้องสืบสวนเส้นทางการซื้อขาย เพื่อหาผู้กระทำผิดตั้งแต่ต้นทาง
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนใช้รถทุกคน การให้ใครยืมรถควรพิจารณาความจำเป็นและความน่าเชื่อถืออย่างรอบด้าน หากจำเป็นต้องให้ยืม ควรทำหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวันเวลา วัตถุประสงค์ และกำหนดคืนรถอย่างชัดเจน นอกจากนี้ควรเก็บเอกสารสำคัญของรถไว้กับตัว ไม่ปล่อยให้ผู้ยืมถือเอกสารทั้งหมดไปโดยไม่จำเป็น
ผู้ที่พบรถหรือทรัพย์สินของตนถูกนำไปประกาศขายบนอินเทอร์เน็ต ไม่ควรเข้าไปเผชิญหน้าหรือซื้อขายด้วยตัวเอง เพราะอาจเกิดอันตรายและทำให้หลักฐานเสียหาย ควรบันทึกภาพหน้าจอ เก็บลิงก์ ชื่อบัญชี เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดการประกาศ จากนั้นรีบแจ้งตำรวจเพื่อวางแผนติดตามอย่างปลอดภัย กรณี เจ้าของกระบะได้รถคืน ครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่า การแจ้งความเร็วและให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน มีส่วนสำคัญต่อการติดตามทรัพย์สิน
แม้เจ้าของจะได้รถคืนแล้ว แต่คดีนี้ยังต้องติดตามผู้ต้องหารายอื่นและตรวจสอบผู้ที่รับซื้อรถในแต่ละทอดต่อไป ความรอบคอบในการให้ยืมทรัพย์สินและการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุลักษณะเดียวกันได้ หากพบความผิดปกติ อย่ารอช้า ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อเพิ่มโอกาสนำทรัพย์สินกลับคืนมา
ที่มา – เจ้าของกระบะร่ำไห้ไม่คิดว่าจะได้คืน พลาดไว้ใจให้รุ่นน้องยืม-ถูกขายต่อ 5 ทอด


