เผยจัดสรรน้ำกว่า 9,800 ล้าน ลบ.ม. เดินหน้าส่งน้ำฤดูแล้งตามแผน
เผยจัดสรรน้ำกว่า 9,800 ล้าน ลบ.ม. เดินหน้าส่งน้ำฤดูแล้งตามแผน
กรมชลประทานเผยความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2568/69 ท่ามกลางความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีข้อมูลสำคัญและแผนการดำเนินการที่ผู้เกี่ยวข้องควรทราบ
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 66,699 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 87% ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมทั้งประเทศ
โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบด้วย
- เขื่อนภูมิพล
- เขื่อนสิริกิติ์
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
มีปริมาณน้ำรวมกัน 23,136 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 93% ของความจุอ่างเก็บน้ำทั้งหมดของเขื่อนทั้ง 4 แห่ง
แผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง
กรมชลประทานได้วางแผนการจัดสรรน้ำสำหรับฤดูแล้งปี 2568/69 โดยพิจารณาจากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมีปริมาณน้ำต้นทุนรวม 47,516 ล้าน ลบ.ม.
แผนการจัดสรรน้ำมีดังนี้
- สำรองน้ำไว้ในช่วงต้นฤดูฝนหน้าประมาณ 17,953 ล้าน ลบ.ม.
- วางแผนจัดสรรน้ำไว้ทั้งหมด 29,563 ล้าน ลบ.ม.
- คาดการณ์ว่าในช่วงฤดูแล้งนี้ ชาวนาทั้งประเทศจะปลูกข้าวนาปรังประมาณ 10.05 ล้านไร่
ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ได้มีการจัดสรรน้ำไปแล้วกว่า 9,800 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 34% ของแผนการจัดสรรน้ำทั้งหมด
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้มีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 3,904 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 42% ของแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยคาดการณ์ว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะมีการทำนาปรังประมาณ 6.27 ล้านไร่
การติดตามคุณภาพน้ำ
กรมชลประทานติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะค่าความเค็ม ในพื้นที่เฝ้าระวัง 4 แม่น้ำสายหลัก ได้แก่
- แม่น้ำเจ้าพระยา
- แม่น้ำบางปะกง
- แม่น้ำท่าจีน
- แม่น้ำแม่กลอง
ผลการตรวจสอบพบว่า ค่าความเค็ม ณ จุดเฝ้าระวังอยู่ในเกณฑ์ปกติทุกแม่น้ำ
คุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
คุณภาพน้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเช่นกัน
การบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำที่ยังค้างอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำออกจากทุ่งลุ่มต่ำภาคกลางอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งคงเหลือน้ำส่วนหนึ่งไว้ในทุ่ง ให้เกษตรกรได้เตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปรังหรือพืชฤดูแล้งอื่นๆ
ควบคู่กับการเร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในช่วงฤดูแล้ง
ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่า น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน
ข้อควรรู้สำหรับเกษตรกร
สำหรับเกษตรกรที่จะทำนาปรังในช่วงฤดูแล้งนี้ ควรพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้
- ติดตามประกาศการจัดสรรน้ำจากกรมชลประทาน
- วางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับแผนการจัดสรรน้ำ
- ดูแลรักษาแหล่งน้ำในพื้นที่ของตนเอง
- ใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
- ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำ
การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำในปริมาณมาก การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผ่านช่วงฤดูแล้งไปได้อย่างราบรื่น
ที่มา – เผยจัดสรรน้ำกว่า 9,800 ล้าน ลบ.ม.เดินหน้าส่งน้ำฤดูแล้งตามแผน