เวิลด์แบงก์เพิ่มลงทุนแร่สำคัญ 5 เท่าใน 5 ปี
เวิลด์แบงก์กำลังยกระดับบทบาทในอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ หลังประกาศเป้าหมายเพิ่มการสนับสนุนธุรกิจกลุ่มนี้เป็น 5 เท่าภายใน 5 ปี แผนดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของแร่ที่มีต่อเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี
นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก กล่าวในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ และเวิลด์แบงก์ ที่กรุงเทพมหานครว่า ธนาคารโลกได้คัดเลือก 20 ประเทศที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมพัฒนาโครงการด้านแร่ธาตุสำคัญ การคัดเลือกครั้งนี้มุ่งเน้นประเทศที่มีทรัพยากร มีโอกาสพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในประเทศได้
เวิลด์แบงก์เพิ่มลงทุนแร่สำคัญ 5 เท่าใน 5 ปี
ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านโลหะและแร่ธาตุฉบับใหม่ เวิลด์แบงก์ตั้งเป้าจัดสรรเงินทุนสนับสนุนโครงการแร่ธาตุสำคัญรวม 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 637,000 ล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2569-2573 ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากวงเงิน 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 120,564 ล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2564-2568
การเพิ่มเงินทุนดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนเฉพาะการทำเหมืองเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจแหล่งแร่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแปรรูปวัตถุดิบ การสร้างโรงงานในประเทศ ไปจนถึงการยกระดับทักษะแรงงาน เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประเทศผู้ผลิตสามารถเก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ แทนการส่งออกแร่ดิบเพียงอย่างเดียว
เหตุผลที่เวิลด์แบงก์เพิ่มลงทุนแร่สำคัญ 5 เท่าใน 5 ปี
แร่ธาตุสำคัญกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของหลายประเทศ เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความต้องการใช้แร่ลิเธียม โคบอลต์ นิกเกิล ทองแดง กราไฟต์ และแร่หายาก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน แผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์สื่อสาร
- รองรับพลังงานสะอาด: แร่สำคัญเป็นวัตถุดิบหลักของแบตเตอรี่และเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน
- เพิ่มความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน: การกระจายแหล่งผลิตช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง
- สร้างงานและรายได้ในประเทศ: การแปรรูปแร่ภายในประเทศช่วยเพิ่มมูลค่าและเปิดโอกาสให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่
- สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: เงินทุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโครงการขนาดใหญ่
เวิลด์แบงก์ยังเริ่มจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระดับประเทศฉบับแรกกับพันธมิตรธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ และรักษาการจ้างงานรวมถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศให้มากขึ้น แนวทางดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการขยับจากผู้ส่งออกวัตถุดิบไปสู่ผู้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง
อย่างไรก็ตาม การทำเหมืองและการแปรรูปแร่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และทรัพยากรน้ำ แผนของธนาคารโลกจึงกำหนดให้โครงการต่าง ๆ ต้องสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงต้องมีการประเมินผลกระทบอย่างเป็นระบบ
ประเด็นการทำเหมืองใต้ทะเลลึกก็ได้รับความสนใจจากรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเวิลด์แบงก์ โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ มองว่าธนาคารโลกควรมีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนการทำเหมืองและการแปรรูปแร่ ผ่านการลดความเสี่ยงของโครงการ การจัดหาเงินทุน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
แม้นายบังกาจะไม่ได้กล่าวถึงการทำเหมืองใต้ทะเลลึกโดยตรง แต่แผนด้านโลหะและแร่ธาตุของธนาคารโลกกำหนดให้ใช้แนวทางระมัดระวังกับอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การลงทุนทุกโครงการจึงต้องพิจารณาความคุ้มค่า ความปลอดภัย ผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความสอดคล้องกับนโยบายของเวิลด์แบงก์
ผลต่อเศรษฐกิจและประเทศกำลังพัฒนา
ข้อมูลด้านการระดมทุนยังสะท้อนศักยภาพของธนาคารโลกในการดึงดูดเงินทุนจากภาคเอกชน ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารโลกสามารถระดมทุนจากภาคเอกชนได้ 112,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2565 ส่งผลให้ยอดจัดหาเงินทุนรวมของกลุ่มธนาคารโลกอยู่ที่ 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.7 ล้านล้านบาท
สำหรับประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย แผนนี้อาจเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือด้านการสำรวจแร่ การพัฒนาโรงงานแปรรูป และการผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด แต่การดึงดูดเงินลงทุนจำเป็นต้องมาพร้อมกติกาที่ชัดเจน การเปิดเผยข้อมูล และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การพัฒนาแร่ธาตุสร้างประโยชน์ในระยะยาว
โดยสรุป เวิลด์แบงก์เพิ่มลงทุนแร่สำคัญ 5 เท่าใน 5 ปี ถือเป็นสัญญาณว่าทรัพยากรกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การลงทุนจะสร้างโอกาสมหาศาล หากเดินหน้าควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทักษะแรงงาน และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ประเทศที่เตรียมความพร้อมได้เร็วจะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดในอนาคต
มุมมองส่งท้าย: การเพิ่มเงินทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความสำเร็จที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อทุกโครงการสามารถสร้างงาน เพิ่มรายได้ และรักษาทรัพยากรให้คนรุ่นต่อไปได้ หากภาครัฐ เอกชน และชุมชนร่วมกันวางแผนอย่างโปร่งใส แร่ธาตุสำคัญจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – เวิลด์แบงก์ขยายลงทุนแร่ธาตุสำคัญ ตั้งเป้าเพิ่มทุน 5 เท่าภายใน 5 ปี