โฆษกศาลชี้แจงคดี ‘สว.สำรอง’ ยื่นฟ้อง ‘กกต.’ ยังไม่ได้รับฟ้อง
จากกรณีที่เป็นที่พูดถึงในสังคมเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีการนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.185/2568 ที่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง กับพวก กกต.รวม 8 คน ซึ่งการนัดครั้งแรกในเดือน พฤศจิกายน 2568 ศาลได้มีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้อง และโจทก์ก็ได้ทำคำฟ้องฉบับใหม่ยื่นเข้ามาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 โดยศาลได้รับคำฟ้องฉบับดังกล่าวไว้เพื่อตรวจฟ้อง
สำหรับการนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ศาลมีคำสั่งว่า เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาในคดีนี้ จึงเห็นควรให้มีหนังสือถึงสำนักงาน กกต. เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง และศาลได้มีการนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดีนี้อีกครั้ง ในวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น.
โฆษกศาลชี้แจงคดี ‘สว.สำรอง’ ยื่นฟ้อง ‘กกต.’ ยังไม่ได้รับฟ้อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนเป็นอย่างมาก โดยในวันที่ 24 ธันวาคม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีนี้ว่า คดีนี้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ไม่ใช่พนักงานอัยการหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งกระบวนการในคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งว่าจะรับไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ ศาลมีอำนาจในการตรวจฟ้องก่อน
สำหรับคดีนี้ยังคงอยู่ในชั้นของการตรวจฟ้อง ศาลเพียงรับคำฟ้องของโจทก์ที่ยื่นเอาไว้เพื่อตรวจฟ้องเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนของการตรวจฟ้อง ศาลจะพิจารณาจากเอกสารที่ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ คณะกรรมการ กกต. และสถานีตำรวจชี้แจงมา หากพิจารณาแล้วเห็นว่าคำฟ้องถูกต้องตามกฎหมาย ศาลจะมีคำสั่งรับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องต่อไป แต่หากคำฟ้องไม่มีมูลเพียงพอที่จะรับไว้ไต่สวนมูลฟ้อง หรือคำฟ้องไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจะพิจารณาพิพากษายกฟ้อง
กระบวนการตรวจฟ้องเป็นอย่างไร
การตรวจฟ้องเป็นกระบวนการหนึ่งที่สำคัญในคดีความต่าง ๆ โดยเฉพาะในคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยให้ศาลสามารถตรวจสอบความถูกต้องของคำฟ้องและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าคดีดังกล่าวมีมูลฟ้องที่เพียงพอและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับคดีนี้ ศาลได้มีการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเอกสารและข้อเท็จจริงมาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ศาลสามารถตัดสินใจได้ว่าจะรับคดีนี้ไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่
คดีนี้มีความสำคัญอย่างไร
- ความโปร่งใสในการเลือกตั้ง: คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาความโปร่งใสและยุติธรรมในการเลือกตั้ง
- ความเชื่อมั่นของประชาชน: กระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม
- การต่อสู้เพื่อความยุติธรรม: คดีนี้เป็นตัวอย่างของการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมได้
การพิจารณาคดีนี้ยังคงอยู่ในชั้นของการตรวจฟ้อง ซึ่งยังไม่ได้มีการรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่การที่ศาลได้มีการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเอกสารและข้อเท็จจริงมาประกอบการพิจารณา ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ศาลสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
การที่โฆษกศาลยุติธรรมได้อธิบายถึงกระบวนการพิจารณาคดีนี้อย่างชัดเจน ถือเป็นการสื่อสารที่ดีต่อประชาชน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงกระบวนการพิจารณาคดีและสามารถติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
นับว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีความสำคัญและน่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาความโปร่งใสและยุติธรรมในสังคม
ที่มา – โฆษกศาลเเจงคดี ‘สว.สำรอง’ ยื่นฟ้อง ‘กกต.’ ศาลยังไม่ได้รับฟ้อง นัดฟังคำสั่งอีกครั้ง 27 ม.ค.69