‘โรคอารมณ์ระเบิด’ ต้องรักษา? หมอสุรัตน์ชี้!
จากกรณีนักเรียนชาย ม.5 โรงเรียนดังใน จ.อุทัยธานี ไม่พอใจผลคะแนนสอบ ทำไมไม่ได้เต็ม ก่อนสาวหมัดรัวต่อย-ตีเข่า ไม่หนำใจโดดถีบใส่ครูสาวกลางห้องเรียน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช” แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” อธิบายถึงกรณีข่าวนักเรียนทำร้ายอาจารย์ว่า พฤติกรรมเช่นนี้อาจเกิดจากความโกรธปกติ หรืออาจเป็นสัญญาณของ ภาวะควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ ซึ่งอยู่ในกลุ่มความผิดปกติในการควบคุมแรงกระตุ้น โดยผู้ป่วยจะมีการระเบิดอารมณ์รุนแรงแบบฉับพลัน เหตุจูงใจเล็กน้อยแต่ตอบสนองเกินเหตุ
เจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ข่าวเด็กทุบอาจารย์ รัวหมัดนี่อีกแล้ว หัวร้อน หรือภาวะจิตใจไม่ปกติ โรคอารมณ์ระเบิด คือ เป็นข่าวอย่างบ่อย โมโหรวดเร็ว เฉียบพลันแบบไม่มีเหตุจูงใจที่เหมาะสม พออารมณ์สงบมาเสียใจ พูดดี เอาจริง เจอทั้ง ครู นักเรียน สามีภรรยา ด่าทอ โวยวาย เตะซ้อม ต้องรอจนสงบก็กลับมาปกติ เจอที่ไหนหลีกให้ไกล ตัวอาจารย์เองก็เจอคนไข้วิ่งไล่ด่าพยาบาล เหตุแค่เลยคิว”
อีกทั้ง “ไม่รู้กรณีนี้โกรธธรรมดา หรือเป็นโรค Intermittent Explosive Disorder (IED) หรือ ภาวะควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้จนระเบิดรุนแรงกันแน่ เราอาจเรียก “โรคอารมณ์ระเบิด” ก็ได้ เพราะ IED อยู่ในหมวด Impulse-Control Disorders หรือ ความผิดปกติในการควบคุมแรงกระตุ้น ซึ่งหมายถึงอาการที่บุคคลไม่สามารถยับยั้งแรงกระตุ้น ให้ทำพฤติกรรมรุนแรงหรือทำลายได้ แม้รู้ว่าจะเกิดผลเสียตามมา”
“โรคอารมณ์ระเบิด IED นี่คือ ความผิดปกติทางจิตเวช ที่ทำให้คนหนึ่งตอบสนองด้วยความรุนแรงเกินเหตุ เช่น เพื่อนพูดแซวเพียงนิดเดียว แต่กลับตะโกนด่า ต่อย เตะ หรือทำลายข้าวของทันที เหตุการณ์มักเกิดโดยไม่ทันคิด ไม่ได้วางแผน และไม่สามารถหยุดได้แม้รู้ว่ากำลังทำร้ายผู้อื่น ต่างจากความโกรธปกติที่มักมีขั้นตอน คือ เริ่มไม่พอใจ คิดทบทวน ตัดสินใจว่าจะตอบโต้หรือไม่ และมักหยุดได้ก่อนถึงขั้นรุนแรง ความโกรธแบบ IED จะข้ามขั้นคิดไปเลย ร่างกายเหมือนถูกกดปุ่มระเบิดอารมณ์ ปฏิกิริยาโกรธจึงพุ่งขึ้นสูงสุดในเวลาไม่กี่วินาที”
นอกจากนี้ “หลังจากนั้นหลายคนที่มี IED กลับรู้สึกเสียใจ อับอาย หรือสำนึกผิด แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดซ้ำ เพราะรากของปัญหาอยู่ที่ระบบควบคุมอารมณ์ในสมองทำงานผิดปกติ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ คิดว่า IED เป็นแค่ “นิสัยหัวร้อน” แต่ในความจริงมันไม่ใช่ เพราะ IED ต้องรักษา”
โรคอารมณ์ระเบิด
อาการที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นโรคอารมณ์ระเบิด
โดยลักษณะที่สงสัย-อาการของโรคอารมณ์ระเบิด มีดังต่อไปนี้
- มีการระเบิดอารมณ์รุนแรง เช่น ตะโกน ทำลายข้าวของ หรือทำร้ายคน/สัตว์
- เหตุที่กระตุ้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความรุนแรงของการตอบสนอง
- เกิดแบบฉับพลัน ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า
- เกิดซ้ำๆ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม
“หลังเหตุการณ์ผู้ป่วยอาจรู้สึกผิด เสียใจ หรืออับอาย สาเหตุ IED ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากการผสมผสานของหลายด้าน คือ ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะเซโรโทนิน (serotonin) ที่ต่ำ หรือความผิดปกติของสมองส่วน amygdala (ควบคุมอารมณ์กลัว/โกรธ) และ prefrontal cortex (ควบคุมการยับยั้งพฤติกรรม) อีกอันคือ ปัจจัยทางพันธุกรรม พฤติกรรมก้าวร้าวอาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางส่วน คือ อันนี้จริง เพราะเคยเห็นคนเป็นโรคอารมณ์ระเบิดทั้งครอบครัว คือ โวยวาย ทั้ง รพ. แถมตามครอบครัวมาโวยวายอีก พวกนี้พบจิตแพทย์ครับ อันตรายทั้งต่อตัวเองและสังคม”
หากคุณสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดอาจมีอาการของ โรคอารมณ์ระเบิด อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอารมณ์และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น
ที่มา – ‘หมอสุรัตน์’ชี้พฤติกรรมรุนแรง อาจไม่ใช่แค่หัวร้อน แต่เป็น ‘โรคอารมณ์ระเบิด’ต้องรักษา