โรมแจงคดีแอดมิน Godd Dam ว่าไปตามพยานหลักฐาน

ประเด็น โรมแจงคดีแอดมิน Godd Dam ว่าไปตามพยานหลักฐาน กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงกรณีการดำเนินคดีกับแอดมินเพจ Godd Dam ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับค่าน้ำชานายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าทุกอย่างควรเดินหน้าไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ

นายรังสิมันต์ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีสื่อแห่งหนึ่งนำบทสัมภาษณ์ของเขาไปพาดหัวข่าวในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์ จนทำให้เกิดความเสียหายและความเข้าใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น การชี้แจงครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงยืนยันจุดยืนว่า การดำเนินคดีควรพิจารณาจากหลักฐานอย่างรอบด้าน ไม่ควรตัดสินบุคคลใดล่วงหน้าจากกระแสข่าวเพียงอย่างเดียว

โรมแจงคดีแอดมิน Godd Dam ว่าไปตามพยานหลักฐาน

สำหรับกรณีแอดมินเพจ Godd Dam นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องยังไม่ถูกต้องครบถ้วน ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบไปตามพยานหลักฐาน ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิได้รับคำปรึกษาทางกฎหมาย มีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริง และมีสิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย หลักการดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในสังคมประชาธิปไตย

การแสดงความเห็นของนายรังสิมันต์ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการย้ำว่าการดำเนินคดีต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย ประชาชนจึงควรรอข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อความที่ยังไม่มีการยืนยัน เพราะอาจสร้างความเสียหายต่อทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นการโยงพรรคการเมืองกับคดี

อีกประเด็นที่นายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกต คือความพยายามเชื่อมโยงเรื่องของแอดมินเพจไปยังพรรคการเมือง โดยอาศัยข้อมูลว่าแอดมินรายดังกล่าวเคยเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล เขามองว่าการนำประวัติในอดีตมาเชื่อมโยงกับพรรคประชาชนอาจเป็นความพยายามสร้างภาพว่าพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของบุคคลนั้น ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์หรือการสั่งการจากพรรค

ในมุมของนายรังสิมันต์ การโยงประเด็นลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคประชาชนอย่างเป็นระบบ การพิจารณาข่าวจึงควรแยกข้อเท็จจริงแต่ละส่วนออกจากกัน ได้แก่ ตัวผู้โพสต์ เนื้อหาที่เผยแพร่ แหล่งที่มาของข้อมูล ผู้ได้รับความเสียหาย และความเกี่ยวข้องกับองค์กรหรือพรรคการเมือง หากยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงที่ชัดเจน ก็ควรระมัดระวังการสรุปความหรือกล่าวหาผู้อื่น

  • ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิได้รับคำปรึกษาทางกฎหมาย
  • การดำเนินคดีควรอาศัยพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้
  • ประชาชนควรตรวจสอบแหล่งข่าวก่อนแชร์ข้อมูล
  • การเชื่อมโยงบุคคลกับพรรคการเมืองต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน
  • เจ้าหน้าที่รัฐควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคดี

เรียกร้องมาตรฐานการทำงานที่รวดเร็วและเท่าเทียม

นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงข้อมูลต้นทางที่มีบุคคลออกมาโพสต์เรื่องความร่ำรวยผิดปกติ และพยายามสื่อสารว่าตนเองมีเส้นสายกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง โดยเห็นว่าหากบุคคลดังกล่าวมีตัวตนจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรขยายผลและดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเช่นเดียวกัน ไม่ควรให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดขึ้นเฉพาะในคดีที่มีผู้เสียหายเป็นบุคคลสำคัญหรือเป็นผู้มีอำนาจ

เขาตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการในคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว ก็ควรมีความรวดเร็วในคดีอื่นด้วย โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมและกรณีเว็บไซต์พนันที่มีข้อกล่าวหาเชื่อมโยงกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานรัฐจะตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างจริงจังในระดับใด

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนต้องการเห็นความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าผู้เสียหายจะเป็นนายกรัฐมนตรี นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ หรือประชาชนทั่วไป ทุกคนควรได้รับการคุ้มครองและได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม ความรวดเร็วเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมาพร้อมความรอบคอบ ความเป็นกลาง และการเปิดเผยข้อมูลเท่าที่กฎหมายอนุญาต

สิทธิของผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินคู่กัน

กรณีนี้ยังทำให้เห็นความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างสิทธิของผู้เสียหายกับสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหายมีสิทธิร้องเรียนและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่สร้างความเสียหาย ขณะเดียวกันผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิพิสูจน์ความบริสุทธิ์และต่อสู้คดีโดยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การนำเสนอข่าวจึงควรใช้ถ้อยคำที่ไม่ชี้นำ และควรรอผลการตรวจสอบก่อนสรุปว่าบุคคลใดกระทำผิด

ในยุคที่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว ข่าวที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอาจสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ผู้ใช้งานจึงควรอ่านเนื้อหาให้ครบ ตรวจสอบแหล่งข่าว เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายสำนัก และไม่รีบส่งต่อข้อความที่มีลักษณะกล่าวหา หากพบข้อมูลที่อาจเป็นเท็จ ควรแจ้งแพลตฟอร์มหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการขยายความขัดแย้ง

สำหรับประเด็นการพาดหัวข่าว นายรังสิมันต์ระบุว่ายังไม่ทราบว่าสื่อดังกล่าวจะปรับปรุงหรือแก้ไขเนื้อหาหรือไม่ แต่การออกมาชี้แจงเป็นการยืนยันว่าข้อความในพาดหัวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจากบทสัมภาษณ์ เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสื่อมวลชนในการตรวจสอบถ้อยคำก่อนเผยแพร่ เพราะพาดหัวข่าวมีผลต่อความเข้าใจของประชาชนอย่างมาก และอาจส่งผลต่อชื่อเสียงของบุคคลได้โดยตรง

โดยสรุป โรมแจงคดีแอดมิน Godd Dam ว่าไปตามพยานหลักฐาน สะท้อนจุดยืนว่าการดำเนินคดีต้องยึดข้อเท็จจริง ไม่ควรด่วนสรุปหรือโยงความผิดไปยังองค์กรทางการเมืองโดยปราศจากหลักฐาน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐควรทำงานอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเท่าเทียมกับทุกคดี หากสังคมช่วยกันตรวจสอบข้อมูลอย่างมีสติ เคารพสิทธิของทุกฝ่าย และติดตามผลจากกระบวนการยุติธรรม ก็จะช่วยลดการเผยแพร่ข่าวปลอมและสร้างมาตรฐานการรับรู้ข่าวสารที่ดีขึ้นได้

ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ พร้อมใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ทุกครั้ง เพราะการหยุดข่าวลวงเริ่มต้นได้จากการตรวจสอบของเราทุกคน

ที่มา – ‘โรม’ แจงซ้ำ ดำเนินคดีแอดมิน ‘Godd Dam’ ปล่อยเฟคนิวส์ค่าน้ำชานายกฯ ว่าไปตามพยานหลักฐาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *