ไซเบอร์ 4 ประสานล่าตัวเจ้าของเพจ Godd Dam
กรณี ไซเบอร์ 4 ประสานล่าตัวเจ้าของเพจ Godd Dam กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เดินทางไปยัง สน.บางเขน เพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้ดูแลเพจดังกล่าว โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงเนื้อหาที่เผยแพร่บนเพจ ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดและทำให้ประชาชนเกิดความสับสน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 26 ต.ค. 69 ที่ สน.บางเขน พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอข้อมูลและประสานงานเกี่ยวกับคดีที่ พ.ต.ท.แทน ไชยแสง รอง ผกก.2 บก.สส.2 เข้าแจ้งความกับเจ้าของเพจ Godd Dam
ไซเบอร์ 4 ประสานล่าตัวเจ้าของเพจ Godd Dam
จากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีการโพสต์ข้อความในลักษณะที่ถูกมองว่าเป็นเท็จ เสียดสี และอาจทำให้เกิดการบิดเบือนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ภาพสลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปยังบัญชีที่ระบุชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวอ้างว่าเป็นค่าน้ำชา ประเด็นนี้จึงถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของสังคมและสร้างความตื่นตระหนกได้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการประสานข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ณัฐพลระบุว่า การเดินทางมายัง สน.บางเขน เป็นเพียงการเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอข้อมูลเท่านั้น ยังไม่มีรายงานการควบคุมตัวแอดมินหรือเจ้าของเพจแต่อย่างใด โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนเดินทางกลับ
ความคืบหน้าไซเบอร์ 4 ประสานล่าตัวเจ้าของเพจ Godd Dam
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าของเพจดังกล่าวคือ นายชัยวัฒน์ เรขะวัฒนะ อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนเพจ Godd Dam ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 65 และมีผู้ติดตามประมาณ 1.3 แสนคน ตัวเลขผู้ติดตามจำนวนมากทำให้การเผยแพร่ข้อมูลแต่ละครั้งสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเนื้อหาและที่มาของข้อมูล
สำหรับประชาชนทั่วไป ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการรับข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หน่วยงานรัฐ หรือการกล่าวอ้างเรื่องการโอนเงิน หากยังไม่มีหลักฐานยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ การรีบแชร์หรือแสดงความคิดเห็นอาจทำให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแพร่กระจายเป็นวงกว้าง
- ตรวจสอบว่าโพสต์มาจากบัญชีหรือเพจที่มีแหล่งที่มาชัดเจนหรือไม่
- เปรียบเทียบข้อมูลกับข่าวจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง
- อย่าเพิ่งส่งต่อภาพเอกสารหรือสลิปโอนเงิน หากยังไม่ทราบว่าเป็นของจริงหรือไม่
- พิจารณาว่าข้อความมีลักษณะปลุกปั่น เสียดสี หรือชี้นำจนทำให้เข้าใจผิดหรือไม่
- หากพบเนื้อหาที่อาจผิดกฎหมาย ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการเผยแพร่ซ้ำ
ในมุมของการทำงานของเจ้าหน้าที่ การประสานข้อมูลระหว่างตำรวจไซเบอร์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบผู้ใช้งาน และประเมินว่าการโพสต์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนสรุปว่าบุคคลใดมีความผิด เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตควรตระหนักว่าการโพสต์หรือแชร์ข้อความที่ไม่เป็นความจริงอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลอื่น และอาจนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายได้ แม้ผู้แชร์จะไม่ได้เป็นผู้สร้างข้อความต้นทางก็ตาม การตรวจสอบก่อนเผยแพร่จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคมออนไลน์
สรุปแล้ว กรณี ไซเบอร์ 4 ประสานล่าตัวเจ้าของเพจ Godd Dam ขณะนี้ยังเป็นการประสานข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการควบคุมตัวแอดมินหรือเจ้าของเพจ ประชาชนจึงควรติดตามความคืบหน้าจากแหล่งข่าวทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
มุมมองที่สำคัญจากเรื่องนี้คือ ทุกคนควรใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือแชร์ข่าวบนโลกออนไลน์ เพราะการหยุดตรวจสอบเพียงไม่กี่นาทีอาจช่วยลดความเข้าใจผิดและป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นได้
ที่มา – ไซเบอร์ 4 ประสาน สน.บางเขน ล่าตัวเจ้าของเพจ Godd Dam ยันยังไร้ควบคุมตัว