ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯต่อกัมพูชาแล้ว เตรียมเลือกประธาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งมีความคืบหน้าสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยล่าสุดสถานการณ์คือ ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯต่อกัมพูชาแล้ว เตรียมเลือกประธาน คาดใช้เวลา 1 เดือน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) อย่างเป็นทางการครับ

ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯต่อกัมพูชาแล้ว เตรียมเลือกประธาน คาดใช้เวลา 1 เดือน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การที่ไทยตัดสินใจเข้าร่วมในกระบวนการประนอมภาคบังคับนั้น เป็นการดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างดีที่สุด หากไทยไม่เข้าร่วม กระบวนการนี้อาจดำเนินไปโดยที่ไทยไม่มีส่วนร่วมในการเลือกผู้ประนอม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อจุดยืนของไทยได้ ดังนั้นการที่ ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯต่อกัมพูชาแล้ว เตรียมเลือกประธาน คาดใช้เวลา 1 เดือน จึงเป็นก้าวย่างสำคัญที่แสดงถึงความโปร่งใสและพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศครับ

กระบวนการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วขั้นตอนต่อไปคืออะไร นายสีหศักดิ์ได้อธิบายเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า:

  • ผู้ประนอมทั้ง 4 ท่าน (ไทยตั้ง 2 ท่าน กัมพูชาตั้ง 2 ท่าน) จะร่วมกันคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 ซึ่งจะรับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ
  • คาดว่ากระบวนการคัดเลือกประธานจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
  • เมื่อได้ประธานครบทั้ง 5 ท่านแล้ว จะเริ่มหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยอ้างอิงจากบทเรียนและประสบการณ์ในกรณีข้อพิพาทของประเทศอื่นๆ เช่น ติมอร์-เลสเต และออสเตรเลีย
  • กระบวนการทั้งหมดนี้คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานประมาณ 1 ปี

ทางด้านผู้ประนอมฝ่ายไทยที่ได้รับการแต่งตั้ง 2 ท่าน ได้แก่ ผู้พิพากษา อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์แมน จากแอฟริกาใต้ และผู้พิพากษา รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม จากเยอรมนี ซึ่งทั้งสองท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงกฎหมายทะเลระดับนานาชาติ ทำให้เรามั่นใจได้ในเรื่องความเป็นธรรมและความเป็นมืออาชีพครับ

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ กระบวนการนี้ไม่ใช่ศาลระหว่างประเทศที่จะตัดสินชี้ขาด แต่เป็นเพียงการให้คำแนะนำและแนวทางแก้ไข ซึ่งในส่วนของประเทศไทย เรายังคงยืนหยัดว่าต้องการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องการพัฒนาร่วมอื่นๆ เพราะหากเขตแดนชัดเจนแล้ว ปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนก็น่าจะหมดไปหรือน้อยลงมากครับ

ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลเน้นย้ำว่า ทุกย่างก้าวในกระบวนการนี้ ไทยคำนึงถึงการปกป้องผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และหวังว่าคู่เจรจาจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนบ้านในระยะยาวครับ เรามาคอยติดตามกันต่อไปว่าความพยายามครั้งนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จในการจัดการเขตแดนทางทะเลได้อย่างไร

ที่มา – ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯต่อกัมพูชาแล้ว เตรียมเลือกประธาน คาดใช้เวลา 1 เดือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *