ไม่หนักใจ! ‘ดีเอสไอ’ ยันพบบุกรุกที่ดิน ‘เขากระโดง’ 4 รายใหญ่เกิน 50 ไร่

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลจำนวนมากที่ครอบครองที่ดินในพื้นที่อันอาจเป็นของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ยืนยันว่ามีการพบผู้บุกรุกที่ดินเขากระโดงจำนวน 4 รายที่ครอบครองที่ดินเกิน 50 ไร่ ซึ่งเข้าข่ายคดีพิเศษตามกฎหมาย

ไม่หนักใจ! ‘ดีเอสไอ’ ยันพบบุกรุกที่ดิน ‘เขากระโดง’ 4 รายใหญ่เกิน 50 ไร่

DSI ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมาย การใช้เทคโนโลยีในการ mapping พื้นที่ และการประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ จนเป็นผลให้สามารถระบุผู้ที่ออกโฉนดโดยมิชอบได้ตรงตามเป้าหมาย

สืบสวนพร้อมใช้เทคโนโลยีและพยานหลักฐานหลากหลาย

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า DSI มีการใช้ข้อมูลจากแผนที่ดั้งเดิม ภาพถ่ายดาวเทียม และแม้กระทั่งการบินโดรนในการเก็บข้อมูล ส่งผลให้สามารถวิเคราะห์คดีได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น คดีนี้ยังเกี่ยวข้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย ที่ระบุว่ามีพื้นที่กว่า 5,083 ไร่ที่เป็นของรัฐ และอย่างน้อย 271 แปลง กลับมีเอกสารสิทธิถูกออกอย่างผิดปกติ

ไม่หนักใจกับการดำเนินคดี แม้มีคนมีอิทธิพลเกี่ยวข้อง

แม้จะมีข่าวลือและกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลบางอย่างที่อาจพยายามขัดขวางการสืบสวน แต่พ.ต.ต.ณฐพล ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีใครสามารถกดดันหรือหยุดยั้งการดำเนินคดีได้ “เราต้องทำงานตามกฎหมายและขั้นตอนอย่างเที่ยงธรรม ไม่เกรงใครทั้งสิ้น ที่สำคัญ ผู้ที่บุกรุกที่ดินเขากระโดงไม่ว่าจะเป็นใคร หากมีหลักฐานชัดเจน ก็ต้องได้รับการพิจารณาตามกฎหมาย”

แต่ละแปลงที่ดินใน เขากระโดง ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเอกสารสิทธิเพื่อหาช่องว่างทางกฎหมายที่อาจทำให้การครอบครองผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าหลายแปลงมีการออกโฉนดอย่างผิดกฎหมายในช่วงปี 2515-2539

การขนานคดีอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

ไม่เพียงแต่การครอบครองที่ดินที่ผิดกฎหมาย แต่หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินเพื่อแสวงหากำไร หรือการฟอกเงิน ก็จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้เข้าสู่การสอบสวนในรูปแบบคดีอาญามูลฐานด้วย ซึ่งเมื่อข้อมูลชัดเจน กองคดีฯ จะประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในส่วนที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้ครอบครองที่ดินรายใดรายหนึ่งที่ได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่การรถไฟว่า “ไม่ใช่พื้นที่ของรัฐ” หากรวบรวมข้อมูลได้ว่ามีการให้ความช่วยเหลือหรือรับรองอย่างผิดสำนึก ก็อาจเข้าข่าย “ความผิดด้วยการกระทำอันชอบด้วยกฎหมาย” ได้อีกด้วย

ที่น่าพิสูจน์คือ ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในแปลงที่มีมานานกว่า 60 ปี และสามารถแสดงหลักฐานการใช้ประโยชน์ได้จริง อาจได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ อย่างไรก็ตาม DSI จะต้องมั่นใจในความชัดเจนของเอกสารประวัติศาสตร์ด้วย

ไม่หนักใจ! ‘ดีเอสไอ’ ยันพบบุกรุกที่ดิน ‘เขากระโดง’ 4 รายใหญ่เกิน 50 ไร่ ถือเป็นหนึ่งในคดีที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขจัดปัญหาที่ดินในพื้นที่ที่ยุ่งยากมายาวนาน การสืบสวนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ซ้อนกันนี้ เรียกได้ว่าท้าทายยิ่งนัก เพราะมีคนมีอิทธิพลหลายคนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามการที่ไม่มีการยกเลิกหรือขัดขวางการรายงานข้อมูลจากฝ่ายบริหาร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหา

หากคุณกำลังสงสัยว่าการครอบครองที่ดินในพื้นที่ของตนมีความถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ลองติดตามคดีนี้เป็นแนวทางดีที่สุด เพราะอาจมีแบบแผนอ้างอิงเชิงกฎหมายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

ที่มา – ไม่หนักใจ! ‘ดีเอสไอ’ ยันพบบุกรุกที่ดิน ‘เขากระโดง’ 4 รายใหญ่เกิน 50 ไร่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *