กกต. เรียกศรีสุวรรณ สอบปมพรรคส้มโพสต์กล่าวหารัฐบาล
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เรียกตัวนายศรีสุวรรณ จรรยา เข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับประเด็น กกต. เรียกศรีสุวรรณ สอบปมพรรคส้มโพสต์กล่าวหารัฐบาล ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่นายศรีสุวรรณได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรคประชาชน (ปชน.) ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกรณีนำองคมนตรีเข้าร่วมประชุมแก้ปัญหาภัยแล้ง
กกต. เรียกศรีสุวรรณ สอบปมพรรคส้มโพสต์กล่าวหารัฐบาล
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่พรรคการเมืองดังกล่าวโพสต์ข้อความในเชิงตั้งคำถามต่อบทบาทของรัฐบาล และมีการกล่าวอ้างถึงการที่องคมนตรีเข้าร่วมประชุมเตรียมรับมือภัยแล้ง จนกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการยื่นเรื่องร้องเรียน โดยในมุมของนายศรีสุวรรณ การที่ กกต. เรียกศรีสุวรรณ สอบปมพรรคส้มโพสต์กล่าวหารัฐบาล ครั้งนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษากฎหมายและระเบียบวินัยของพรรคการเมืองที่ควรอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ
เปิดมุมมองการปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี
นายศรีสุวรรณได้ชี้แจงระหว่างเข้าพบฝ่ายกฎหมายของ กกต. ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของคณะองคมนตรีในการร่วมประชุมรับมือภัยแล้งนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 วรรคสอง ซึ่งองคมนตรีมีหน้าที่ถวายคำปรึกษาแก่พระมหากษัตริย์และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมองว่าการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานรัฐไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของประชาชนและชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด
- องคมนตรีคือผู้ที่มีประสบการณ์สูงจากหลากหลายสาขาอาชีพ
- การลงพื้นที่ร่วมประชุมช่วยให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การนำองคมนตรีมาเป็นประเด็นการเมืองอาจเข้าข่ายละเมิดหลักการสำคัญ
ในมุมมองของผู้ร้องเรียน การที่พรรคการเมืองเลือกหยิบยกเรื่องนี้มาโพสต์ในลักษณะที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง ถือเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งเหตุการณ์ กกต. เรียกศรีสุวรรณ สอบปมพรรคส้มโพสต์กล่าวหารัฐบาล ในครั้งนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าพรรคการเมืองมีเจตนาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่
บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องรอให้ทาง กกต. รวบรวมหลักฐานและพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วน หากพบว่ามีความผิดจริงตามข้อร้องเรียน อาจนำไปสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกพรรคการเมืองในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียว่าควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเคารพในสถาบันหลักของชาติ เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทยครับ