กองปราบฯ รวบเอเย่นต์ยา หนีคดีซุกลพบุรี 7 ปี
กองปราบฯ รวบเอเย่นต์ยา หนีคดีซุกลพบุรี 7 ปี หลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด ซึ่งถูกประกาศเป็นผู้ต้องหารายสำคัญลำดับที่ 130 ประจำปี 2569 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องของตำรวจในการติดตามผู้ต้องหาที่พยายามหลบหนีและเปลี่ยนที่พักเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม
กองปราบฯ รวบเอเย่นต์ยา หนีคดีซุกลพบุรี 7 ปี
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.ต.นุกูล ใจอารี สารวัตรกองกำกับการ 4 และกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุมนายแมน อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 114/2562 ลงวันที่ 18 เมษายน
หมายจับดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวนายแมนได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลมหาโพธิ อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี การจับกุมครั้งนี้ยุติการหลบหนีของผู้ต้องหาที่กินเวลานานถึง 7 ปี
เบื้องหลังคดี กองปราบฯ รวบเอเย่นต์ยา หนีคดีซุกลพบุรี 7 ปี
คดีเริ่มต้นจากการที่ตำรวจวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 10,000 เม็ด ในราคา 115,000 บาท โดยนัดหมายส่งมอบกันบริเวณถนนสาธารณะสายเขาขวาง–ลาดทิพรส จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และวางแผนเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาในจังหวะส่งมอบยา
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการนัดหมาย นายแมนเกิดไหวตัวทันและตัดสินใจขับรถยนต์พุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีออกจากพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขอศาลออกหมายจับในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และพฤติการณ์ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่
หลังจากนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศสืบจับนายแมนเป็นผู้ต้องหารายสำคัญลำดับที่ 130 ประจำปี 2569 การประกาศดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศรับทราบข้อมูลและร่วมกันติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด แม้ผู้ต้องหาจะพยายามเปลี่ยนสถานที่พักหรือหลบซ่อนตัวก็ตาม
ตำรวจติดตามเบาะแสจนพบผู้ต้องหาในลพบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่กองปราบปรามสืบทราบว่า นายแมนหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จึงวางแผนเข้าตรวจสอบและจับกุมที่บ้านพัก เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและเข้าควบคุมสถานการณ์ ผู้ต้องหาไม่สามารถหลบหนีต่อไปได้ การปฏิบัติการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและมีการตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี
- อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
- กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 182 นัด
- ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ในคดียาเสพติด
ของกลางทั้งหมดถูกตรวจยึดไว้เพื่อประกอบสำนวนคดี เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมว่าอาวุธปืนและกระสุนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หลบหนีหรือคดีอื่นหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการครอบครองและที่มาของสิ่งของตามกระบวนการสอบสวน
ผู้ต้องหารับสารภาพและถูกส่งดำเนินคดี
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวนายแมนเข้าสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.จันเสน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกี่ยวข้องกับหมายจับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การรับสารภาพของผู้ต้องหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบสวน เจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบของกลาง และดำเนินการตามสิทธิของผู้ต้องหาก่อนส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาตามขั้นตอน โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีบทลงโทษรุนแรง จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน
ข้อสังเกตจากคดีนี้ คือการหลบหนีเป็นเวลานานไม่ได้ทำให้คดีสิ้นสุดลง การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานและการติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่องมีส่วนสำคัญในการนำตัวผู้ต้องหากลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กรณี กองปราบฯ รวบเอเย่นต์ยา หนีคดีซุกลพบุรี 7 ปี จึงเป็นอีกตัวอย่างของการทำงานติดตามผู้ต้องหาคดีสำคัญที่ต้องใช้ทั้งข้อมูล การวางแผน และความร่วมมือของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย
ประชาชนที่พบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาตามหมายจับ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรงและไม่เข้าไปเผชิญหน้าด้วยตนเอง เพราะการดำเนินการผ่านช่องทางกฎหมายจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การจับกุมเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น
ที่มา – กองปราบฯ รวบเอเย่นต์ยา ตามประกาศสืบจับ ตร.ลำดับ 130 ซิ่งชน ตร. หนีซุก ลพบุรี 7 ปี

