‘ก้องศักด’ เผยเป็นเรื่องของผู้รับเหมา หลังคนทำ LED โบกมือลาเพราะไม่ได้ค่ามัดจำ

‘ก้องศักด’ เผยเป็นเรื่องของผู้รับเหมา หลังคนทำ LED โบกมือลาเพราะไม่ได้ค่ามัดจำ

ในยุคที่การจัดงานมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่อย่างซีเกมส์ต้องอาศัยเทคโนโลยีและแสงสีเสียงเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาและผู้ชม การปะทุขึ้นของข้อพิพาทเรื่องการจ่ายเงินมัดจำสำหรับผู้รับเหมางาน LED จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกรณีที่เฟซบุ๊ก Love Led ออกมาโพสต์แจ้งเลิกสัญญาเพราะไม่ได้รับค่ามัดจำตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดคำถามตามมามากมายถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการโครงการใหญ่ระดับชาติ

ความไม่ชัดเจนในการจัดจ้างงาน LED

จากข้อมูลที่เผยแพร่ ทางทีมผู้รับเหมางาน LED ระบุว่า พวกเขาได้รับการว่าจ้างด้วยคำพูดจากปากโดยไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แม้จะมีการนัดหมายว่าจะมีการจ่ายมัดจำในวันจันทร์ แต่สุดท้ายก็เลื่อนมาหลายครั้ง จนในที่สุดพวกเขาตัดสินใจโพสต์แจ้งว่าหากถึงเวลา 16.00 น. แล้วยังไม่มีการโอนเงินมัดจำมา ก็ถือว่าสัญญาทั้งหมดเป็นโมฆะ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทีมผู้รับเหมาเล่าว่า พวกเขาไม่ใช่แค่กังวลเรื่องการเงิน แต่ยังรู้สึกว่า การจัดการงานใหญ่ระดับซีเกมส์กลับไร้ความชัดเจน ทั้งในขั้นตอนการว่าจ้าง การสื่อสาร และการจ่ายเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในโครงการที่ควรได้รับการบริหารจัดการอย่างมีมาตรฐาน

บทบาทของผู้รับเหมาและผู้ว่าการ กกท.

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า กกท. ไม่ได้ทำสัญญากับทีมผู้รับเหมางาน LED โดยตรง แต่ทำสัญญากับบริษัทผู้รับเหมาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งบริษัทนั้นคือผู้ที่ทำสัญญาปากเปล่ากับทีม Love Led

การชี้แจงนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของ กกท. โดยตรง แต่เป็นความบกพร่องในการบริหารจัดการของผู้รับเหมาชั้นกลางที่ไม่สามารถควบคุมการเงินและสื่อสารกับทีมชั้นล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของงานซีเกมส์

แม้ในตอนท้าย เรื่องราวดูเหมือนจะจบลงด้วยการเคลียร์เงินสำหรับงานที่ติดตั้งไปแล้ว และทีมผู้รับเหมาตัดสินใจถอนตัวจากการทำงานส่วนที่เหลือ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ ความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคเอกชนต่อการจัดงานระดับชาติ

  • การจ้างงานด้วยสัญญาปากเปล่าเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา
  • การไม่มีการจ่ายมัดจำตามเวลาที่ตกลงกันไว้สะท้อนถึงการบริหารการเงินที่ไม่โปร่งใส
  • การออกมาโพสต์ข้อความด้วยอารมณ์โกรธแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในกระบวนการ

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่า ระบบการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการขนาดใหญ่ยังมีช่องโหว่ และจำเป็นต้องมีการทบทวนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญ

จากกรณีของ ‘ก้องศักด’ เผยเป็นเรื่องของผู้รับเหมา หลังคนทำ LED โบกมือลาเพราะไม่ได้ค่ามัดจำ เราควรเรียนรู้ว่า ความโปร่งใสในการดำเนินการไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นพื้นฐานของความไว้วางใจ

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่การจัดจ้าง การเซ็นสัญญา การจ่ายเงินมัดจำ และการติดตามความคืบหน้า ก็คงไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งในขั้นตอนการดำเนินการ

นอกจากนี้ ภาคเอกชนเองก็ควรระมัดระวังในการรับงาน โดยเฉพาะงานที่มีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐ ควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงิน และมีการกำหนดบทลงโทษหากเกิดการผิดนัด

บทสรุป: ต้องปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้าง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญว่า ระบบการจัดซื้อจัดจ้างของไทยยังมีปัญหา และจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความมั่นใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การบริหารงานระดับชาติไม่ใช่แค่การจัดการด้านเทคนิค แต่รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็คงจะมีอีกหลายครั้งที่เราจะได้เห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น

ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน และร่วมกันพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ‘ก้องศักด’ เผยเป็นเรื่องของผู้รับเหมา หลังคนทำ LED โบกมือลาเพราะไม่ได้ค่ามัดจำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *