คพ.เร่งแก้น้ำเสีย-ขยะตกค้างเคหะร่มเกล้า เพิ่มเรือ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งพบทั้งน้ำท่วมขัง น้ำมีสีดำ กลิ่นเหม็น และขยะมูลฝอยตกค้างจำนวนมาก กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. จึงลงพื้นที่ติดตามปัญหาและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

การดำเนินงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความห่วงใยของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยปัญหาน้ำเน่าเสียและขยะสะสมไม่ได้กระทบเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขอนามัย กลิ่นรบกวน ความเสี่ยงต่อเชื้อโรค และคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยในชุมชนโดยตรง

คพ.เร่งแก้น้ำเสีย-ขยะตกค้างเคหะร่มเกล้า

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษนำโดยรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบัง เพื่อสำรวจสภาพปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าหลายจุดยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1–1.5 เมตร ทำให้ประชาชนบางส่วนเดินทางลำบาก และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำรถขยะเข้าไปปฏิบัติงานได้ตามปกติ

จากการสำรวจพบว่า น้ำในบางบริเวณมีสีดำและมีกลิ่นเหม็น สาเหตุสำคัญมาจากขยะที่ตกค้างอยู่ก่อนเกิดน้ำท่วม รวมถึงขยะจากครัวเรือนและวัสดุต่าง ๆ ที่ถูกน้ำพัดพามาสะสมเพิ่มขึ้นระหว่างเกิดเหตุ เมื่อขยะจมอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ย่อมเกิดการย่อยสลายและส่งผลให้น้ำมีคุณภาพเสื่อมโทรมมากขึ้น ดังนั้น การจัดเก็บขยะอย่างรวดเร็วจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับการแก้ปัญหาน้ำท่วม

เพิ่มเจ้าหน้าที่และเรือเร่งเก็บขยะในจุดเข้าถึงยาก

กรุงเทพมหานครได้เร่งจัดเก็บขยะจากครัวเรือนเป็นประจำทุกวัน โดยนำขยะไปรวบรวมที่จุดคัดแยกขยะสะพานสูง และจัดเจ้าหน้าที่ทำงานตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและถนนบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้การจัดเก็บขยะเป็นไปอย่างล่าช้า คพ. จึงเตรียมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ รวมถึงสนับสนุนเรือสำหรับลำเลียงและเก็บขยะในพื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง

การใช้เรือจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงชุมชนที่ถูกน้ำล้อมหรือมีน้ำท่วมสูงได้สะดวกขึ้น โดยเน้นเก็บขยะที่ลอยน้ำ ขยะริมทางเดิน และขยะบริเวณอาคารพักอาศัย การทำงานจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นหลัก พร้อมประเมินเส้นทางและระดับน้ำก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง

สำหรับการลดกลิ่นเหม็นและบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน เจ้าหน้าที่อาจใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นในพื้นที่ที่เหมาะสม หรือใช้ปูนขาวบริเวณที่มีขยะตกค้าง เพื่อช่วยลดกลิ่นและควบคุมสภาพแวดล้อมเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้เป็นเพียงการบรรเทาปัญหา การนำขยะออกจากพื้นที่และการระบายน้ำอย่างเหมาะสมยังเป็นแนวทางหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ

เตรียมจุดรองรับขยะหลังน้ำลด

คพ. ยังร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบังสำรวจและกำหนดพื้นที่รองรับขยะ เพื่อเตรียมเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะออกจากพื้นที่น้ำท่วมโดยเร็วหลังระดับน้ำลดลง เบื้องต้นเสนอจุดรองรับขยะไว้ 5 แห่ง ได้แก่ บริเวณสะพานเคหะ 33 บริเวณสะพานคลอง 1 ใกล้บิ๊กซี บริเวณหน้าแฟลตเคหะร่มเกล้า อาคาร 25–28 สนามกีฬาเคหะชุมชนร่มเกล้า และพื้นที่วัดปากบึง ซอยเคหะร่มเกล้า 24

  • บริเวณสะพานเคหะ 33
  • บริเวณสะพานคลอง 1 ใกล้บิ๊กซี
  • บริเวณหน้าแฟลตเคหะร่มเกล้า อาคาร 25–28
  • สนามกีฬาเคหะชุมชนร่มเกล้า
  • พื้นที่วัดปากบึง ซอยเคหะร่มเกล้า 24

การกำหนดจุดรองรับขยะล่วงหน้าจะช่วยให้การจัดการหลังน้ำลดเป็นระบบมากขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนเส้นทางรถขนขยะ แยกประเภทขยะ และลดการนำขยะไปกองรวมในพื้นที่ชุมชน นอกจากนี้ ยังช่วยลดระยะเวลาที่ขยะจะสัมผัสกับน้ำและลดความเสี่ยงที่มลพิษจะไหลลงสู่คลองหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง

คพ. ขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันคัดแยกขยะเท่าที่สามารถทำได้ โดยเฉพาะขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่ หลอดไฟ ภาชนะบรรจุสารเคมี และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม ควรแยกออกจากขยะทั่วไปและแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการขนย้าย ส่วนขยะเปียกควรใส่ถุงให้มิดชิดและนำไปวางในจุดที่หน่วยงานกำหนด ไม่ควรทิ้งลงคลองหรือปล่อยให้ไหลไปตามกระแสน้ำ

ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือ รวมถึงล้างมือด้วยสบู่ทันทีหลังสัมผัสน้ำหรือขยะ หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นคัน บาดแผลอักเสบ ไข้ หรืออาการทางเดินอาหาร ควรรีบพบแพทย์ การดูแลสุขภาพในช่วงน้ำท่วมเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การจัดการสิ่งแวดล้อม

คพ.เร่งแก้น้ำเสีย-ขยะตกค้างเคหะร่มเกล้า อย่างต่อเนื่อง โดยจะติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในช่วงน้ำยังท่วมและหลังน้ำลด เป้าหมายสำคัญคือการลดกลิ่น ลดแหล่งสะสมเชื้อโรค นำขยะออกจากชุมชนให้เร็วที่สุด และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมจำเป็นต้องดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การระบายน้ำ การเก็บขยะ การควบคุมคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการสื่อสารกับประชาชน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ชุมชนเคหะร่มเกล้าฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ง่าย ๆ ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงน้ำ คัดแยกขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ที่มา – คพ.ลุยแก้น้ำเน่าเสีย–ขยะตกค้างเคหะร่มเกล้า เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่–เรือเร่งเก็บขยะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *