ครม.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 70 กว่า 3.16 แสนล้านบาท
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมทุกหน่วยงานเป็นวงเงินกว่า 316,770 ล้านบาท หรือประมาณ 3.16 แสนล้านบาท โดยการอนุมัติครั้งนี้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ และมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานสามารถเดินหน้าโครงการสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าว ครม.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 70 กว่า 3.16 แสนล้านบาท ได้รับความสนใจ เนื่องจากวงเงินดังกล่าวมีขนาดใหญ่และอาจส่งผลต่อการลงทุนภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการหมุนเวียนเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงปีงบประมาณใหม่
ครม.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 70 กว่า 3.16 แสนล้านบาท
นายกรณินทร์ กาญจโนมัย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า วงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีที่เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา คิดเป็นสัดส่วน 7.98% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สัดส่วนดังกล่าวยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้การก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายข้ามปีต้องไม่เกิน 10% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี
สำนักงบประมาณได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานเร่งเสนอรายการก่อหนี้ผูกพันตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ทันเวลา หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและเริ่มโครงการตามขั้นตอน เพื่อผลักดันให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว
รายละเอียดวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ
รายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการใหม่ที่สำนักงบประมาณพิจารณา มีจำนวนทั้งหมด 1,587 รายการ รวมวงเงินภาระผูกพัน 316,770 ล้านบาท รายการเหล่านี้ครอบคลุมโครงการของหลายหน่วยงาน โดยกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักที่มีสัดส่วนวงเงินสูง เนื่องจากมีโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องหลายปี
- วงเงินภาระผูกพันรวม: 316,770 ล้านบาท
- จำนวนรายการใหม่: 1,587 รายการ
- เงินงบประมาณ: 228,270 ล้านบาท
- เงินนอกงบประมาณ: 14,353 ล้านบาท
- เงินสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาด: 14,147 ล้านบาท
- งบประมาณที่จัดสรรในปี 2570: 39,515 ล้านบาท
- ภาระงบประมาณตั้งแต่ปี 2571 จนสิ้นสุดโครงการ: 248,755 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาโครงสร้างวงเงิน จะเห็นว่างบประมาณส่วนใหญ่เป็นภาระที่จะทยอยเกิดขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 ไปจนถึงปีที่โครงการสิ้นสุด ดังนั้น หน่วยงานเจ้าของโครงการจึงต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และควบคุมต้นทุนให้เป็นไปตามกรอบที่ได้รับอนุมัติ
ผลต่อเศรษฐกิจและการบริหารงบประมาณ
การเร่งรัดจัดซื้อจัดจ้างหลังจากได้รับอนุมัติ สามารถช่วยให้เงินภาครัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น ทั้งในรูปแบบการจ้างงาน การซื้อวัสดุอุปกรณ์ และการใช้บริการจากภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคมที่มักมีห่วงโซ่ธุรกิจเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุ ไปจนถึงแรงงานในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การก่อหนี้ผูกพันข้ามปีไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานจะสามารถใช้จ่ายเงินทั้งหมดได้ทันที เพราะยังต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การทำสัญญา การตรวจรับงาน และการเบิกจ่ายตามงวดงาน หน่วยงานจึงควรให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความคุ้มค่า และการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้ประชาชนติดตามการใช้เงินได้
อีกประเด็นที่กระทรวงการคลังเน้นย้ำคือการติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากบางโครงการอาจมีภาระต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ หากอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมาก ต้นทุนของโครงการอาจเปลี่ยนแปลงได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องประเมินความเสี่ยงและพิจารณาช่วงเวลาการทำสัญญาให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สำหรับประชาชน ข่าว ครม.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 70 กว่า 3.16 แสนล้านบาท สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าลงทุนในโครงการระยะยาว แต่สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคือประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ และความสามารถของภาครัฐในการควบคุมภาระงบประมาณในอนาคต
โดยสรุป การอนุมัติวงเงินครั้งนี้ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง เพราะคิดเป็น 7.98% ต่ำกว่าเพดาน 10% ตามกฎหมาย หากทุกหน่วยงานดำเนินโครงการได้ตามแผนและใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เงินก้อนนี้จะช่วยสนับสนุนการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ความเห็นที่น่าติดตามคือ รัฐควรสื่อสารความคืบหน้าและผลสัมฤทธิ์ของแต่ละโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและทำให้การใช้เงินภาษีเกิดประโยชน์สูงสุด
ที่มา – ครม.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 70 กว่า 3.16 แสนล้านบาท