ความยากจนสหรัฐปี 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สหรัฐอเมริกามีข่าวเศรษฐกิจที่น่าสนใจ หลังสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ หรือยูเอสซีบี เปิดเผยข้อมูลว่า ความยากจนสหรัฐปี 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราความยากจนลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ขณะเดียวกันรายได้ครัวเรือนมัธยฐานก็เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูล ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในหลายด้าน แม้ประชาชนบางกลุ่มยังต้องเผชิญกับค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ความยากจนสหรัฐปี 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
รายงานระบุว่า อัตราความยากจนของสหรัฐในปี 2568 อยู่ที่ 10.2% ลดลง 0.5 จุดจากปีก่อนหน้า ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สหรัฐเริ่มจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการ แม้ตัวเลขจะลดลงไม่มากเมื่อเทียบในเชิงเปอร์เซ็นต์ แต่ในระดับประชากรถือว่ามีความหมาย เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันหลายล้านคน
ในปีที่ผ่านมา มีชาวอเมริกันที่อยู่ในภาวะยากจนประมาณ 34.5 ล้านคน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ภาพรวมจะปรับตัวดีขึ้น แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยว และครอบครัวที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายหลายด้านพร้อมกัน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราความยากจนลดลง
การลดลงของอัตราความยากจนเกิดขึ้นท่ามกลางการฟื้นตัวของรายได้ครัวเรือนและตลาดแรงงาน รายได้ครัวเรือนมัธยฐานเพิ่มขึ้น 2.6% มาอยู่ที่ 87,460 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 2.9 ล้านบาท เมื่อคำนวณเป็นเงินบาท ตัวเลขนี้ช่วยสะท้อนว่าครัวเรือนโดยเฉลี่ยมีรายรับเพิ่มขึ้นและอาจมีความสามารถในการรับมือกับค่าใช้จ่ายประจำวันมากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนจะมีฐานะดีขึ้นเท่ากัน เพราะค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนในสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง หลายครอบครัวจึงอาจรู้สึกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน การพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจจึงควรมองทั้งรายได้และภาระค่าใช้จ่ายควบคู่กัน
เกณฑ์รายได้สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน
สำหรับครอบครัวที่ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 2 คนและเด็ก 2 คน หากมีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 32,649 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.08 ล้านบาท จะถูกจัดให้อยู่ในภาวะยากจนตามเกณฑ์ที่กำหนด เกณฑ์นี้ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถประเมินจำนวนครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือ และใช้ประกอบการวางแผนนโยบายด้านสวัสดิการสังคม
เกณฑ์ดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากค่าครองชีพในแต่ละรัฐของสหรัฐแตกต่างกันอย่างมาก ครอบครัวที่มีรายได้เท่ากันอาจมีคุณภาพชีวิตไม่เหมือนกัน หากอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีค่าเช่าบ้านสูง เมื่อเทียบกับพื้นที่ชนบทที่มีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยต่ำกว่า
เด็กในสหรัฐมีอัตราความยากจนลดลง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ อัตราความยากจนในกลุ่มเด็กลดลงมาอยู่ที่ 13.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน การลดลงของตัวเลขนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพราะความยากจนในวัยเด็กอาจส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา สุขภาพ พัฒนาการ และความสามารถในการเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
มาตรการสนับสนุนครอบครัว เช่น เงินช่วยเหลือ อาหารกลางวันในโรงเรียน เครดิตภาษี และโครงการดูแลสุขภาพ ล้วนมีบทบาทช่วยลดภาระของผู้ปกครอง หากรัฐบาลยังคงพัฒนานโยบายที่ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ก็อาจช่วยให้เด็กจำนวนมากมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้น
สวัสดิการและมาตรวัดความยากจนอีกแบบ
นอกจากอัตราความยากจนแบบปกติแล้ว สหรัฐยังใช้มาตรวัดเสริมที่พิจารณาสวัสดิการจากภาครัฐในรูปแบบที่ไม่ใช่เงินสด รวมถึงผลกระทบจากภาษี มาตรวัดนี้อยู่ที่ 13.1% ซึ่งสูงกว่าอัตราความยากจนหลัก ตัวเลขที่แตกต่างกันสะท้อนว่า การประเมินสถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามวิธีคำนวณและปัจจัยที่นำมาพิจารณา
การใช้มาตรวัดเสริมช่วยให้เห็นภาพชีวิตจริงของประชาชนมากขึ้น เพราะบางครัวเรือนอาจได้รับความช่วยเหลือเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือบริการสาธารณสุข แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ปรากฏในรูปเงินสดโดยตรง แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน หากโครงการช่วยเหลือถูกตัดลด ประชาชนกลุ่มเดิมอาจกลับมาเผชิญความเสี่ยงด้านรายได้อีกครั้ง
- อัตราความยากจนหลักอยู่ที่ 10.2% ลดลง 0.5 จุด
- มีประชาชนอยู่ในภาวะยากจนประมาณ 34.5 ล้านคน
- รายได้ครัวเรือนมัธยฐานเพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 87,460 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
- อัตราความยากจนในกลุ่มเด็กอยู่ที่ 13.4%
- มาตรวัดความยากจนเสริมอยู่ที่ 13.1%
ประกันสุขภาพยังเป็นความท้าทายของชาวอเมริกัน
แม้ภาพรวมด้านรายได้และความยากจนจะดีขึ้น แต่ประเด็นประกันสุขภาพยังคงต้องติดตาม ยูเอสซีบีระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีหลักประกันสุขภาพตลอดทั้งปีหรือในบางช่วงของปี อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนประมาณ 26.7 ล้านคน หรือ 7.9% ของประชากรสหรัฐ ที่ไม่มีประกันสุขภาพตลอดทั้งปี
ตัวเลขผู้ไม่มีประกันสุขภาพไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน และยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่จำนวนดังกล่าวถือว่าสูงเมื่อมองในแง่จำนวนคนจริง การไม่มีประกันสุขภาพอาจทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ หรือชะลอการรักษาเนื่องจากกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในอนาคต
ข้อมูลชุดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังอภิปรายเรื่องผลกระทบจากการปรับลดงบประมาณรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการสวัสดิการและมาตรการช่วยเหลือประชาชน การลดงบประมาณอาจช่วยควบคุมการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ก็อาจส่งผลต่อครัวเรือนที่พึ่งพาความช่วยเหลือโดยตรงเช่นกัน
โดยสรุป ความยากจนสหรัฐปี 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งด้านรายได้ครัวเรือนและสถานการณ์ของเด็ก แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรถูกมองว่าเป็นคำตอบสุดท้าย เพราะยังมีประชาชนหลายสิบล้านคนที่ต้องการความช่วยเหลือ การรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับสวัสดิการที่ทั่วถึงจึงเป็นโจทย์สำคัญในระยะต่อไป ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อประชาชนในชีวิตจริงอย่างไร
ที่มา – สหรัฐเผยอัตราความยากจนปี 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้ครัวเรือนพุ่ง