คุมเข้มงบประมาณ 2570 รัดเข็มขัดบรรจุข้าราชการ
คุมเข้มงบประมาณ 2570 รัดเข็มขัดบรรจุข้าราชการ เป็นแนวทางสำคัญที่สำนักงบประมาณแจ้งไปยังส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายด้านบุคลากรเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับวงเงินที่ได้รับจัดสรร หลังพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีผลบังคับใช้
หนังสือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารอัตรากำลังภาครัฐ โดยเน้นให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาความจำเป็นของตำแหน่ง ภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ และความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน การดำเนินงานจึงไม่ได้หมายถึงการหยุดรับบุคลากรทั้งหมด แต่เป็นการควบคุมให้การบรรจุ แต่งตั้ง และจ้างงานอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณอย่างเคร่งครัด
คุมเข้มงบประมาณ 2570 รัดเข็มขัดบรรจุข้าราชการ
สำนักงบประมาณระบุว่า การบริหารกำลังคนต้องสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หน่วยงานจึงควรจัดสรรกำลังคนให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ ไม่สร้างภาระงบประมาณเกินความจำเป็น และต้องคำนึงถึงความสมดุลของกำลังคนภาครัฐในภาพรวม
แนวทาง คุมเข้มงบประมาณ 2570 รัดเข็มขัดบรรจุข้าราชการ กำหนดให้หน่วยรับงบประมาณสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ รวมถึงจ้างพนักงานของรัฐได้เฉพาะอัตราที่ได้รับอนุมัติงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณีเท่านั้น
หลักเกณฑ์บรรจุและจ้างงานต้องยึดตามวงเงิน
ก่อนดำเนินการรับบุคลากรใหม่ หน่วยงานต้องตรวจสอบทั้งจำนวนอัตรากำลังและกรอบวงเงินที่ได้รับจัดสรรให้ชัดเจน ระยะเวลาการจ้างต้องเหมาะสมกับจำนวนเดือนที่มีงบประมาณรองรับ รวมถึงต้องพิจารณาว่าตำแหน่งนั้นมีความจำเป็นต่อภารกิจหลักจริงหรือไม่ หากเป็นตำแหน่งที่ยังไม่จำเป็น หน่วยงานควรชะลอการดำเนินการและนำงบประมาณไปใช้กับภารกิจที่เร่งด่วนกว่า
สำหรับอัตราว่างที่มีเงินหมุนเวียนของพนักงานราชการ หรืออัตราว่างของลูกจ้างชั่วคราว สำนักงบประมาณขอให้ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ รวมถึงการจ้างพนักงานของรัฐไว้ก่อน หากหน่วยงานมีเหตุจำเป็นต้องดำเนินการ สามารถพิจารณาใช้งบประมาณจากเงินเหลือจ่ายหรือเงินที่หมดความจำเป็นได้ แต่จำนวนอัตราที่ดำเนินการต้องไม่เกินกรอบอัตรากำลังและกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
- การบรรจุหรือจ้างงานต้องอยู่ในอัตราที่มีงบประมาณรองรับ
- ต้องพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมตามภารกิจของหน่วยงาน
- ระยะเวลาการจ้างต้องสอดคล้องกับจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติ
- การใช้งบประมาณเหลือจ่ายต้องไม่ทำให้เกินกรอบวงเงินเดิม
- หากต้องดำเนินการนอกกรอบ ต้องขอความตกลงจากสำนักงบประมาณก่อน
กรณีอัตราว่างที่เกิดจากการเกษียณอายุราชการ หน่วยรับงบประมาณสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ หรือจ้างพนักงานของรัฐโดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ และกำหนดระยะเวลาได้ 1 เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ อย่างไรก็ตาม สำหรับหน่วยงานของศาล รัฐสภา องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรณีการบรรจุนักเรียนตำรวจ สามารถดำเนินการโดยใช้ระยะเวลา 4 เดือน หรือตามกรอบที่ได้รับอนุมัติ
ส่วนอัตราว่างที่ไม่มีเงินงบประมาณรองรับตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติม หน่วยงานต้องใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา 4 เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติ การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงที่หน่วยงานจะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรต่อเนื่องโดยไม่มีงบประมาณเพียงพอ
หากจำเป็นต้องบรรจุนอกกรอบต้องทำอย่างไร
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ หรือจ้างพนักงานของรัฐนอกเหนือจากอัตราที่ได้รับอนุมัติ หน่วยรับงบประมาณต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นรายกรณี ไม่ควรดำเนินการก่อนที่จะได้รับความเห็นชอบ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาด้านการเบิกจ่ายและความรับผิดชอบทางการเงินการคลังในภายหลัง
หน่วยงานควรพิจารณาใช้เงินเหลือจ่าย หรือปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายในกรอบวงเงินที่ได้รับจัดสรร และต้องยึดหลักความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด การดำเนินงานยังต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด
สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวการเปิดรับสมัครงานราชการ แนวทางนี้อาจทำให้บางหน่วยงานใช้เวลาตรวจสอบอัตราและงบประมาณนานขึ้น จำนวนตำแหน่งที่เปิดรับอาจแตกต่างกันไปตามความจำเป็นของแต่ละองค์กร ผู้สมัครจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานเจ้าของตำแหน่งโดยตรง และตรวจสอบรายละเอียดเรื่องจำนวนอัตรา ระยะเวลาการจ้าง และเงื่อนไขการบรรจุให้ครบถ้วน
โดยสรุป คุมเข้มงบประมาณ 2570 รัดเข็มขัดบรรจุข้าราชการ เป็นมาตรการที่เน้นการใช้เงินแผ่นดินอย่างมีวินัย ไม่ใช่การปิดกั้นการรับบุคลากรทั้งหมด แต่เป็นการกำหนดให้ทุกตำแหน่งมีเหตุผล มีงบประมาณรองรับ และตอบโจทย์ภารกิจอย่างแท้จริง หากหน่วยงานวางแผนอัตรากำลังอย่างรอบคอบ ก็จะช่วยให้การบริหารคนและงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
มุมมองที่น่าสนใจคือ การควบคุมงบประมาณครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้หน่วยงานทบทวนโครงสร้างกำลังคน ลดงานซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ หากประชาชนและผู้สมัครงานติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ก็จะเข้าใจทิศทางการรับบุคลากรภาครัฐได้ชัดเจนขึ้น
ที่มา – สำนักงบฯ ร่อนหนังสือคุมเข้มงบประมาณ 2570 รัดเข็มขัดบรรจุข้าราชการ