ค่าเงินบาท 32.40 แข็งค่าตามภูมิภาค เกาะติดตัวเลขการส่งออกไทย
วันนี้ (25 ส.ค.) เงินบาทปรับตัวแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 32.40-32.42 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นจากช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ปิดที่ 32.65 บาท ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากภูมิภาค รวมถึง Sentiment ของดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ค่าเงินบาท 32.40 แข็งค่าตามภูมิภาค เกาะติดตัวเลขการส่งออกไทย
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปรับตัวขึ้นของเงินบาทในช่วงเช้าของวันนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มของสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความคาดหวังของตลาดที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต
ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
ทิศทางของเงินบาทในวันนี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ที่มีสัญญาณในเชิง Dovish หลังจากประธาน FED ออกมาแสดงความเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเริ่มชะลอตัว ซึ่งทำให้ความคาดหวังในการปรับขึ้นดอกเบี้ยลดลง
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวลง ทำให้ความน่าสนใจของสินทรัพย์ในสหรัฐลดลง ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาดู ตัวเลขการส่งออกเดือนกรกฎาคมของไทย ที่จะมีการประกาศวันนี้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ Sentiment ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.25-32.55 บาทต่อดอลลาร์ โดยหากตัวเลขการส่งออกออกมาดี จะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อไป แต่หากไม่เป็นไปตามคาด ก็อาจเป็นปัจจัยลบต่อมูลค่าเงินบาท
ปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ได้แก่:
- ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ
- ราคาทองคำในตลาดโลกระหว่างวัน
- ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคม
ทั้งนี้ แม้เงินบาทจะปรับตัวแข็งในช่วงเช้า แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าได้หากปัจจัยภายนอกมีความผันผวน เช่น การลงคะแนนเสียงของสภาสหรัฐ หรือข่าวเศรษฐกิจโลกที่ออกมา
สรุปแนวโน้มเงินบาทในช่วงบ่ายวันนี้
ภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้ การติดตาม ค่าเงินบาท 32.40 แข็งค่าตามภูมิภาค เกาะติดตัวเลขการส่งออกไทย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าสินค้า เนื่องจากสกุลเงินที่แข็งค่าอาจส่งผลต้นทุนและกำไรในเชิงลบหรือบวกได้ในทางใดทางหนึ่ง
สำหรับนักลงทุนรายย่อย ควรติดตามข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศและเชิงเทคนิคของเงินบาทเพื่อประเมินจังหวะซื้อขายให้เหมาะสม ไม่ควรตัดสินใจด้วยความรู้สึกแฝงความคาดเดา หากสามารถวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด
ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นว่า แม้เงินบาทจะมาแรงในวันนี้ แต่ความไม่แน่นอนในตลาดโลกยังมีอยู่มาก ส่งผลให้ควรเน้นการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว
ที่มา – ค่าเงินบาท 32.40 แข็งค่าตามภูมิภาค เกาะติดตัวเลขการส่งออกไทย