ซากเรือแกลดิสที่เกาะแรด: เรื่องเล่าจากใต้ทะเล
เรื่องราวใต้ท้องทะเลไทยยังมีความลับอีกมากมายที่รอการค้นพบ ล่าสุด กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร ได้เปิดเผยผลการสำรวจ ซากเรือแกลดิสที่เกาะแรด ซึ่งจมอยู่บริเวณกองหินใต้น้ำ หรือหินขี้แรด ทางใต้ของเกาะแรด ในหมู่เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี การค้นพบครั้งนี้ช่วยเติมชิ้นส่วนสำคัญให้กับประวัติศาสตร์การเดินเรือและกิจการทางทะเลของสยามในช่วงปลายศตวรรษที่ 19
ก่อนหน้านี้มีคนในพื้นที่รู้ว่ามีซากเรือเหล็กอยู่ใต้ทะเลบริเวณดังกล่าว แต่ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าเรือลำนี้ชื่ออะไร จมลงเมื่อใด หรือเคยทำหน้าที่ใดมาก่อน นักโบราณคดีใต้น้ำใช้เวลาศึกษาและค้นคว้าหลักฐานนานกว่า 4 เดือน จนสามารถระบุได้ว่าซากเรือดังกล่าวคือเรือกลไฟ แกลดิส หรือ SS Gladys เรือขนาด 91 ตันกรอสของรัฐบาลสยาม
ซากเรือแกลดิสที่เกาะแรด คือหลักฐานประวัติศาสตร์สำคัญ
การสำรวจพบซากเรือมีความโดดเด่นหลายประการ ตัวเรือเหล็กมีความยาวมากกว่า 30 เมตร และพบหม้อไอน้ำทรงกระบอกยาวประมาณ 3 เมตร จมอยู่ที่ระดับความลึกราว 9 เมตร ลักษณะของโครงสร้างและเครื่องจักรสอดคล้องกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของเรือแกลดิส ทำให้การค้นพบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพบซากเรือเก่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดเผยเรื่องราวของเรือที่เคยมีบทบาทต่อประเทศสยาม
เรือแกลดิสต่อขึ้นที่อู่ J. Reid & Co. เมืองพอร์ตกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ และสร้างเสร็จในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2423 หรือ ค.ศ. 1880 เดิมเป็นเรือกลไฟสำราญแบบมีเสากระโดง 2 ต้น ใช้ใบจักรในการขับเคลื่อน ตัวเรือมีความยาว 36.3 เมตร กว้าง 5 เมตร และติดตั้งเครื่องจักรไอน้ำแบบคอมพาวด์ 2 สูบ ผลิตโดยบริษัท Walker, Henderson & Co. แห่งเมืองกลาสโกว์
ประวัติซากเรือแกลดิสที่เกาะแรดกับภารกิจของสยาม
ราวปลาย พ.ศ. 2425 เรือแกลดิสเดินทางมายังประเทศสยาม ในช่วงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีข้อมูลว่าสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หรือช่วง บุนนาค ได้ถวายเรือลำนี้แก่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หลังกรมพระราชวังบวรฯ ทิวงคตใน พ.ศ. 2428 เรือจึงถูกโอนไปสังกัดกรมอรสุมพล ซึ่งรับผิดชอบดูแลและบังคับบัญชาเรือรบหลวง
ในช่วงที่สังกัดกรมอรสุมพล เรือแกลดิสได้รับการติดตั้งปืนใหญ่ 2 กระบอก จึงนับเป็นเรือเหล็กเพียงไม่กี่ลำที่สยามสามารถใช้ในภารกิจด้านการรบได้ ต่อมาใน พ.ศ. 2430 มีการยุบรวมกรมเรือพระที่นั่งกับกรมอรสุมพลเป็นกรมทหารเรือ เรือแกลดิสจึงย้ายไปสังกัดหน่วยงานใหม่นี้ และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจในช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า หลังการลงนามสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส เรือแกลดิสทำหน้าที่พาคณะผู้แทนฝรั่งเศสเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2436 หลังจากคณะดังกล่าวเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชวังบางปะอิน นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2437 เรือยังได้รับมอบหมายให้ไปรับเจ้าเมืองสงขลากลับหัวเมืองอีกด้วย
จากเรือภารกิจทางทหารสู่เรือดูแลประภาคาร
หลัง พ.ศ. 2443 เรือแกลดิสเปลี่ยนบทบาทจากเรือติดอาวุธของกรมทหารเรือไปทำงานด้านกระโจมไฟและเครื่องหมายทางเรือตามชายฝั่งทะเลตะวันออก แม้จะเคยเป็นเรือสำราญชั้นดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรือมีสภาพเก่าและทรุดโทรมมากขึ้น ต้องซ่อมแซมอยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ตาม เรือยังคงถูกใช้งานเพื่อสนับสนุนการเดินเรือและความปลอดภัยทางทะเลของสยาม
ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2449 เรือแกลดิสได้รับคำสั่งให้เดินทางไปรับเงินหลวงจากจันทบุรีกลับกรุงเทพฯ ระหว่างการเดินทาง เรือแล่นเต็มกำลังและชนเข้ากับกองหินใต้น้ำใกล้เกาะแรด จนเกยอยู่บนกองหินเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะอับปางลงสู่ก้นทะเลบริเวณแสมสารในที่สุด นับเป็นจุดสิ้นสุดการรับใช้ประเทศสยามเป็นเวลาประมาณ 24 ปี
- ชื่อเรือ: แกลดิส หรือ SS Gladys
- ประเภท: เรือกลไฟสำราญและเรือภารกิจของรัฐบาลสยาม
- ความยาว: ประมาณ 36.3 เมตร
- สถานที่พบ: กองหินใต้น้ำทางใต้เกาะแรด หมู่เกาะแสมสาร
- ความลึก: ประมาณ 9 เมตร
- ช่วงอับปาง: ราวเดือนธันวาคม พ.ศ. 2449
หลังจากจมลง เรือแกลดิสค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนเป็นเวลานานกว่า 120 ปี จนกระทั่งกองโบราณคดีใต้น้ำกลับมาสำรวจและเชื่อมโยงหลักฐานต่างๆ จนระบุชื่อเรือได้อย่างชัดเจน การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าใต้ทะเลยังมีมรดกทางวัฒนธรรมอีกจำนวนมากที่ควรได้รับการดูแล ศึกษา และถ่ายทอดอย่างถูกต้อง
ซากเรือแกลดิสที่เกาะแรด จึงไม่ใช่เพียงแหล่งดำน้ำหรือซากเหล็กเก่าใต้ทะเล แต่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้เราเข้าใจเส้นทางการพัฒนากองทัพเรือ การคมนาคม และภารกิจของสยามในอดีตมากขึ้น หากมีโอกาส ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ และร่วมกันเคารพกฎการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีใต้น้ำ เพื่อให้เรื่องราวของเรือลำนี้ยังคงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป
ที่มา – ‘กองโบราณคดีใต้น้ำ’ เปิดเรื่องราวที่เลือนหายไป 120 ปี ‘ซากเรือแกลดิส’ สำรวจพบบริเวณเกาะแรด