ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด สงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน
ในวันที่ 23 เมษายน 2569 ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด สงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยดัชนี SET ร่วงลงไปต่ำสุดถึง 27 จุด นักลงทุนต่างกังวลกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงคลุมเครือ ทำให้ราคาน้ำมันดิบยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในช่วงถัดไป
ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด สงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน
ณ เวลา 17.02 น. ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,461.35 จุด ลดลง 18.39 จุด หรือ 1.24% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 66,513.61 ล้านบาท ส่วนดัชนีตลาด MAI ปิดที่ 214.48 จุด ลดลง 1.66 จุด หรือ 0.77% มูลค่าซื้อขาย 368.91 ล้านบาท สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ครอบคลุมทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยเฉพาะ ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด สงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน ซึ่งเป็นหัวข้อที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก
สาเหตุหลักของดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด จากสงครามตะวันออกกลาง
รายงานจาก บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,470-1,490 จุด เนื่องจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงมีอยู่ แม้สถานการณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐจะเข้าสู่ช่วงหยุดยิง แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดเต็มรูปแบบ การเจรจารอบที่ 2 ยังมีความคลุมเครือ โดยอิหร่านยืนยันว่าจะกลับมาเจรจาเมื่อสหรัฐยกเลิกการปิดล้อม สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
นอกจากนี้ ผลประกอบการไตรมาสแรกที่เริ่มเปิดเผยออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 10% โดยแรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตดีกว่าตลาดถึง 17% ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัญญาณบวกต่อภาคอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ความกังวลจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงยังคงกดดันดัชนีโดยรวม
ผลกระทบต่อนักลงทุนและกลยุทธ์รับมือ
สำหรับนักลงทุนรายย่อย ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด สงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน เป็นสัญญาณเตือนให้ปรับพอร์ตการลงทุน โดยควรกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้น defensive ที่มี dividend สูง ภาคพลังงานอาจได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน แต่ภาคการบินและโลจิสติกส์อาจเผชิญแรงกดดัน
- ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเจรจาอิหร่าน-สหรัฐ
- รอผลงบ Q1 ของหุ้นใหญ่ เช่น PTT, AOT, และกลุ่มธนาคาร
- พิจารณาหุ้นเทคโนโลยีที่เติบโตดี เช่น ADVANC, INTUCH
- ใช้ stop-loss เพื่อจำกัดความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน
ในภาพรวม ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวหากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย แต่ในระยะสั้น ความผันผวนยังคงสูง นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน
ความเห็นส่วนตัว: แม้ดัชนีหุ้นไทยปิดลบวันนี้ แต่ถือเป็นโอกาสซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดีในราคาต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี แนะนำติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและอย่าลงทุนเกินตัว เพื่อรักษาเงินทุนในระยะยาว
เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครรับข่าวสารการลงทุนฟรีได้วันนี้!
ที่มา – ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 18.39 จุด สงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน