ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน – หมอสุรัตน์สะท้อนพรรคส้ม
การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเต็มไปด้วยความพลิกผันที่น่าติดตาม โดยเฉพาะมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เวชปฏิบัติทางประสาทวิทยา ที่โพสต์ข้อความสะท้อนใจเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ สรุปสถานการณ์ได้อย่างคมชัด โดยเฉพาะประโยคหลักที่ว่า ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน ซึ่งชี้ให้เห็นบทเรียนสำคัญของพรรคส้ม หรือพรรคก้าวไกล ในเกมอำนาจที่ไม่มีเส้นตรงชัดเจน
หมอสุรัตน์ ซึ่งมีเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ได้วิเคราะห์ว่าตอนนี้สถานการณ์ชัดเจนแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะครองอันดับ 1 และกลายเป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล นี่คือตัวอย่างของ “พลวัตของอำนาจ” ที่เป็นห้องทดลองของธรรมชาติมนุษย์อย่างแท้จริง การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องนโยบาย แต่เป็นเกมที่ต้องปรับตัวตามกระแส
ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน
ประโยค ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน นี้มาจากการสังเกตของหมอสุรัตน์ต่อพรรคส้มที่แม้จะมีคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้ง แต่กลับพลาดโอกาสในการก้าวสู่อำนาจสูงสุด เพราะยึดติดกับหลักการตรงไปตรงมาเกินไป ในขณะที่เกมการเมืองไทยเต็มไปด้วยการเจรจา ลับๆ ล่อๆ และพันธมิตรที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พรรคส้มที่เน้นความโปร่งใสและปฏิรูป กลับถูกมองว่าขาดความยืดหยุ่น ทำให้เสียคะแนนในดวงตาของนักการเมืองอาชีพ
หมอสุรัตน์โพสต์เต็มๆ ว่า “ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจน ภูมิใจไทย อันดับ 1 แน่ ๆ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล นี่แหละครับ การเมือง มีเรื่องน่าเรียนรู้มากมาย สำหรับเรา ติดตาม ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี ภาวนาให้ส่วนที่บริหารที่เขาทำได้ดี เช่น เรื่องเขมร เรื่องเศรษฐกิจ ยังคงดี และตรวจสอบส่วนที่ไม่ดีต่อไป นี่คือ “พลวัตของอำนาจ” มันเป็นห้องทดลองของธรรมชาติมนุษย์ ครั้งนี้เราได้เห็นอะไรใหม่ ๆ การมาของส้มไม่เสียของหรอกครับ เพราะตอนนี้อนุรักษ์นิยมก็ปรับทำผลงาน รื้อระบบ อย่างน้อยบางอย่างมีผลดีต่อประชาชน แม้จะมีสีเทา แต่ก็จางลงบ้างละกัน”
ทำไมตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน สำหรับพรรคส้ม
พรรคส้มหรือพรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนนิยมสูงจากประชาชนด้วยนโยบายปฏิรูปที่ตรงไปตรงมา เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ การยุติ สว. แต่ในการจัดตั้งรัฐบาล พวกเขากลับไม่สามารถรวบรวมพันธมิตรได้เต็มที่ เพราะถูกตีตราว่าเป็นภัยต่อสถาบัน ทำให้พรรคภูมิใจไทยฉวยโอกาสก้าวขึ้นมาแทนที่ ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน จึงเป็นบทเรียนที่ว่าความซื่อสัตย์ล้วนๆ อาจไม่พอในเวทีอำนาจที่ต้องเล่นเกม negotiation อย่างชาญฉลาด
พลวัตของอำนาจ: บทเรียนการเมืองไทย
จากมุมมองของหมอสุรัตน์ การเมืองคือห้องทดลองธรรมชาติมนุษย์ ที่อำนาจไหลเวียนตามสถานการณ์ ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว กลายเป็นแกนนำรัฐบาลพลังประชารัฐ ในขณะที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมต้องปรับตัวตามแรงกดดันจากพรรคส้ม ทำให้เกิดการรื้อระบบบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น นโยบายเศรษฐกิจและปัญหาชายแดนเขมร
- ภูมิใจไทยอันดับ 1: จากการเจรจาที่ชาญฉลาด ไม่ยึดติดอุดมการณ์สุดโต่ง
- พรรคส้มกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง: แม้ไม่ได้อำนาจ แต่บังคับให้คู่แข่งปรับปรุงตัว
- บทบาทประชาชน: ติดตาม ตรวจสอบ และภาวนาให้ส่วนดีคงอยู่
- สีเทาในอำนาจ: ยอมรับว่าการเมืองมีด้านเทา แต่ต้องผลักดันให้จางลง
นอกจากนี้ ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน ยังเตือนใจนักการเมืองรุ่นใหม่ว่าต้องเรียนรู้ศิลปะการประนีประนอม โดยไม่ละทิ้งหลักการ สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลใหม่กำลังเดินหน้า เราควรสนับสนุนจุดแข็งอย่างเศรษฐกิจและ外交 ตรวจสอบจุดอ่อนต่อไป
บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังพัฒนา พรรคส้มอาจเสียคะแนนชั่วคราว แต่แรงบันดาลใจยังอยู่ คุณคิดอย่างไรกับ ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดตการเมืองไทยที่นี่เพื่อไม่พลาดบทเรียนสำคัญ
ที่มา – “ตรงทื่อแล้วตาย เสียดายคะแนน” หมอสุรัตน์สะท้อนบทเรียนพรรคส้ม สู้ไม่ได้ในเกมอำนาจที่ไร้เส้นตรง