ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกรมป่าไม้ ตรวจสอบมวกเหล็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดอธิบดีกรมป่าไม้สั่งการให้รองอธิบดีกรมป่าไม้ นำกำลังหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่และร่วมจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4 – 01 เพื่อใช้อ้างสิทธิเข้าครอบครองในพื้นที่ป่าไม้

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) และเจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) ร่วมปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่ และจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนเข้าบุกรุกครอบครองที่ป่าไม้ ในพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี หลังจากได้รับการประสานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประสานกรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการปราบปรามการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จำนวน 6 ราย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันปฏิบัติหรือเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานแต่กลับร่วมกันกระทำการรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ในคดีใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนเข้าบุกรุก หรือครอบครองที่ป่าไม้

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีการตรวจสอบพบการบุกรุกยึดถือครอบครอง มีการก่อสร้างบุกรุกผืนป่า ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จึงเร่งขยายตรวจสอบที่ไปที่มาของการเข้าครอบครองที่ดินจนพบว่าเป็นของนายทุน และมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4 – 01 เพื่อใช้อ้างสิทธิเข้าครอบครองในพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ทำการปลูกสร้างสวนป่าปางหัวช้าง-คลองไทร ระหว่างปี 2521-2524 ในท้องที่ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จำนวน 10 แปลง เนื้อที่ 4,300 ไร่ โดยปลูกไม้สักและไม้ประดู่ เลี่ยน กระถินณรงค์ นนทรีป่า กระถินยักษ์ สะเดา และระหว่างปี 2529-2537 ได้ทำการปลูกสร้างสวนป่าปางหัวช้าง-คลองไทร เพิ่มอีก 15 แปลง เนื้อที่ 2,340 ไร่ โดยปลูกสะเดา ประดู่ เลี่ยน นนทรี และสีเสียดแก่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 25 แปลง เนื้อที่ 6,640 ไร่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของคณะเจ้าหน้าที่วันนี้พบว่ายังปรากฏไม้ประดู่และไม้สักที่ปลูกอยู่เดิมกระจายเต็มพื้นที่ โดยพื้นล่างมีการปรับไถพื้นที่ บางส่วนมีการปลูกต้นพืชเกษตรเพื่อแสดงการครอบครองทำประโยชน์ บางแปลงพบว่ามีการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ

สำหรับพื้นที่ที่ทำการตรวจสอบ 600-700 ไร่ ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์เป็นที่ดิน ส.ป.ก. ได้ เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่ปลูกป่าตั้งแต่ปี 2521 รวมถึงยังเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ จึงไม่สามารถออกเอกสาร ส.ป.ก.ได้นั้น หลังจากนี้กรมป่าไม้จะต้องรอผลการพิจารณาจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในการดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4 – 01 ทั้งหมด จากนั้นกรมป่าไม้จะเข้าดำเนินการตรวจยึด ดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่าทั้งหมดต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประสานกรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก

ทำไมการตรวจสอบพื้นที่อำเภอมวกเหล็กจึงสำคัญ

การที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประสานกรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ การบุกรุกพื้นที่ป่าไม่เพียงแต่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำ การดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ถือเป็นการกระทำที่ทุจริตและสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก

การร่วมมือกันของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประสานกรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าและการทุจริตในวงราชการ ความโปร่งใสและความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติให้คงอยู่ต่อไป

การดำเนินการขั้นต่อไปหลังจากนี้ กรมป่าไม้ต้องเร่งดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4 – 01 ที่ออกโดยมิชอบ และนำตัวผู้บุกรุกพื้นที่ป่ามาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นไม่กล้ากระทำผิด

การปกป้องผืนป่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับลูกหลานของเราในอนาคต

ที่มา – กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประสานกรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *