ตำรวจไทยร่วมมือ INTERPOL สกัดขนสารเคมีข้ามแดน

ตำรวจไทยร่วมมือ INTERPOL สกัดขนสารเคมีข้ามแดน เดินหน้าอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งสารเคมีและวัตถุเคมีผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือกับองค์การตำรวจสากล หรือ INTERPOL รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ภายใต้โครงการ CHASE : Chemical Anti-Smuggling Enforcement

ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และสืบสวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสารเคมีผ่านจุดผ่านแดนสำคัญ โดยประเทศไทยเข้าร่วมปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ ณ ด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2569 เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องมีระบบคัดกรองที่รัดกุมและการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่รวดเร็ว

ตำรวจไทยร่วมมือ INTERPOL สกัดขนสารเคมีข้ามแดน

โครงการ CHASE แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ เริ่มจากการฝึกอบรมการจัดการสถานที่เกิดเหตุในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ต่อด้วยการอบรมเทคนิคการสืบสวนต่อต้านการลักลอบขนส่งวัตถุเคมีที่ประเทศมาเลเซียในเดือนพฤษภาคม 2569 จากนั้นมีการประชุมประสานแผนปฏิบัติการร่วมในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดพื้นที่ทำงานและแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลของทั้ง 4 ประเทศ

ตำรวจไทยร่วมมือ INTERPOL สกัดขนสารเคมีข้ามแดนอย่างไร

ในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นการปฏิบัติการร่วม ประเทศไทยกำหนดพื้นที่เป้าหมายบริเวณด่านศุลกากรสะเดาและด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานกำลังพล กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และกองการต่างประเทศ พร้อมทำงานร่วมกับกรมศุลกากร

เจ้าหน้าที่ทุกคนผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติตามมาตรฐานของ INTERPOL เพื่อให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาคเข้าร่วมภารกิจ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้าน CMX จากองค์การตำรวจสากล ซึ่งเดินทางมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสอบสารเคมี การจัดการข้อมูล และการประสานงานในพื้นที่จริง

การดำเนินงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการตรวจค้นยานพาหนะเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบเอกสารการขนส่ง และการติดตามเส้นทางของสารเคมีที่มีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จากหลายประเทศสามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารแบบเรียลไทม์ ทำให้การคัดกรองบุคคล ยานพาหนะ และสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ศุลกากร และหน่วยงานระหว่างประเทศ ยังช่วยลดช่องว่างที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอาจใช้ประโยชน์

ประโยชน์ต่อความปลอดภัยของประชาชน

  • ตัดวงจรสารตั้งต้น: ช่วยป้องกันสารเคมีไม่ให้ถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติดหรือวัตถุระเบิด
  • ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ: สกัดกั้นสารเคมีอันตรายที่อาจรั่วไหลหรือถูกใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง
  • คุ้มครองสิ่งแวดล้อม: ลดโอกาสเกิดการปนเปื้อนจากการขนส่งและจัดเก็บสารเคมีผิดมาตรฐาน
  • เพิ่มความเข้มแข็งของด่านชายแดน: ยกระดับด่านสะเดาให้มีระบบตรวจสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  • พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่: เพิ่มทักษะด้านการสืบสวน การพิสูจน์หลักฐาน และการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ

พ.ต.อ.ทรงเอก พัชรวิชญ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ปฏิบัติการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนไทย เพราะช่วยควบคุมสารตั้งต้นที่อาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย พร้อมลดผลกระทบที่อาจเกิดกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การทำงานตามมาตรฐานของ INTERPOL ยังช่วยเสริมความมั่นคงของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในภาพรวม

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตำรวจไทยร่วมมือ INTERPOL สกัดขนสารเคมีข้ามแดน ไม่ใช่เพียงภารกิจเฉพาะกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเครือข่ายความมั่นคงระยะยาว การตรวจสอบที่เข้มงวดควบคู่กับการแบ่งปันข้อมูลระหว่างประเทศ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่มองเห็นความเชื่อมโยงของขบวนการลักลอบขนส่งได้ชัดเจนขึ้น และสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้รวดเร็วกว่าเดิม

ในมุมของประชาชน ความสำเร็จของปฏิบัติการนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าเส้นทางการค้าและด่านชายแดนสำคัญมีระบบดูแลที่รอบด้าน อย่างไรก็ตาม การป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับสารเคมีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชน หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันรักษาความปลอดภัยของสังคม

การประสานงานระหว่างประเทศที่ต่อเนื่องและการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภัยรูปแบบใหม่ ขอให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และร่วมกันเฝ้าระวังการขนส่งสารเคมีผิดกฎหมาย เพื่อให้ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ที่มา – สำนักงานตำรวจแห่งชาติผนึกกำลัง INTERPOL สกัดกั้นการลักลอบขนสารเคมีข้ามพรมแดน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *