ทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ 2484
ประเด็น ทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ 2484 กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคประชาสังคม หลังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้แทนรับหนังสือขอให้พิจารณาทบทวนร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่
การรับหนังสือครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. โดยมีหัวหน้ากลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ พร้อมผู้ชุมนุมกว่า 50 คน เข้าร่วมสะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า ประชาชนกลุ่มดังกล่าวต้องการให้กระทรวงฯ พิจารณารายละเอียดของร่างกฎกระทรวงอย่างรอบด้าน และเสนอให้ถอนร่างออกจากกระบวนการพิจารณา หากยังมีประเด็นที่อาจส่งผลต่อการดูแลทรัพยากรป่าไม้
ทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ 2484
ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้รับอนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ก.ย. โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าให้มีความชัดเจนมากขึ้น ภาครัฐระบุว่าการปรับปรุงครั้งนี้ต้องการลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และทำให้กฎเกณฑ์สอดคล้องกับกิจกรรมหรือการใช้พื้นที่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎกระทรวงยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงตามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในขั้นสุดท้าย ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อห่วงใย เพื่อให้เนื้อหามีความสมดุลระหว่างการพัฒนาประเทศกับการอนุรักษ์ป่าไม้
สาระสำคัญของการทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ 2484
นายนิพนธ์ชี้แจงว่า กิจกรรมหรือโครงการที่ประชาชน หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถขออนุญาตดำเนินการในพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ภายใต้ร่างฉบับใหม่ ไม่ได้แตกต่างจากกิจกรรมที่เคยขออนุญาตได้ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2558 อย่างมีนัยสำคัญ แต่มีการระบุประเภทกิจกรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตัวอย่างกิจกรรมที่มีการกล่าวถึง ได้แก่ โครงการพลังงานทดแทน โครงการโทรคมนาคม โครงการสาธารณูปโภค และโครงการจัดการขยะทั่วไปที่ไม่เป็นอันตรายหรือไม่มีพิษขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การระบุประเภทกิจกรรมให้ละเอียดขึ้นอาจช่วยให้ผู้ยื่นคำขอเข้าใจขั้นตอนและเตรียมเอกสารได้ตรงตามหลักเกณฑ์มากขึ้น
- พลังงานทดแทน: รองรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือใช้พลังงานจากแหล่งทดแทน ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
- โทรคมนาคม: ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่จำเป็นต่อประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ
- สาธารณูปโภค: รองรับโครงการที่ให้บริการพื้นฐาน โดยต้องพิจารณาผลกระทบต่อพื้นที่ป่าอย่างรอบคอบ
- การจัดการขยะ: เปิดช่องให้ท้องถิ่นดำเนินการจัดการขยะทั่วไปที่ไม่เป็นอันตรายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการขยายระยะเวลาอนุญาตสำหรับกิจกรรมบางประเภท จากเดิมที่ขออนุญาตได้ไม่เกิน 10 ปี เป็นไม่เกิน 30 ปี โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมหรือการจัดพื้นที่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งนี้ การอนุญาตระยะยาวไม่ได้หมายความว่าผู้ได้รับอนุญาตจะใช้พื้นที่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ยังต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ ขอบเขต และเงื่อนไขที่กำหนด
เงื่อนไขสำคัญก่อนอนุญาตใช้พื้นที่ป่า
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันว่า การขออนุญาตยังต้องเป็นไปตามข้อจำกัดด้านพื้นที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ซึ่งนำมาพิจารณาต้องไม่ใช่พื้นที่ที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดห้ามใช้ประโยชน์เป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ ต้องไม่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าชายเลนอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าชุมชน
ผู้ได้รับอนุญาตต้องใช้พื้นที่ตามวัตถุประสงค์ที่ยื่นขอ และต้องไม่ดำเนินการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต หากโครงการใดอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วน รวมถึงผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อนเข้าสู่การพิจารณาอนุญาต
ในมุมของประชาชน การ ทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ 2484 ควรให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม เพราะการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับพื้นที่ป่าอาจเกี่ยวข้องกับทั้งสิทธิของชุมชน ความมั่นคงด้านทรัพยากร และผลกระทบต่อระบบนิเวศ การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มแสดงความคิดเห็นจึงช่วยลดความขัดแย้งและทำให้กฎเกณฑ์ที่ออกมาสามารถนำไปใช้ได้จริง
ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็มีหน้าที่ชี้แจงข้อมูลให้เข้าใจง่ายว่า ร่างกฎกระทรวงจะเปลี่ยนแปลงขั้นตอนใดบ้าง กิจกรรมประเภทใดสามารถยื่นขออนุญาตได้ และพื้นที่ใดมีข้อห้ามอย่างชัดเจน หากประชาชนได้รับข้อมูลครบถ้วน ก็จะสามารถตรวจสอบโครงการต่าง ๆ และติดตามกระบวนการอนุญาตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระทรวงฯ ระบุว่ายินดีรับข้อเสนอและข้อกังวลจากภาคประชาสังคม เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาร่วมกับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จุดสำคัญหลังจากนี้คือการรักษาสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกในการพัฒนา กับการป้องกันไม่ให้การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสร้างความเสียหายในระยะยาว
สำหรับผู้สนใจเรื่องนี้ ควรติดตามความคืบหน้าของร่างกฎกระทรวงอย่างต่อเนื่อง และร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางที่หน่วยงานรัฐกำหนด เพราะเสียงจากประชาชนและข้อมูลจากพื้นที่จริงจะช่วยให้กฎระเบียบในอนาคตตอบโจทย์ทั้งการพัฒนา ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น
ที่มา – ‘สุชาติ’ มอบรองปลัด ทส. รับหนังสือภาคประชาสังคมขอทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ 2484


