ทรัมป์ต่ออายุค่าธรรมเนียมวีซ่าเอช1-บี 3.3 ล้านบาท
ประเด็น ทรัมป์ต่ออายุค่าธรรมเนียมวีซ่าเอช1-บี 3.3 ล้านบาท กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศต่ออายุคำสั่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี นโยบายนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับบริษัทและแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาบุคลากรเฉพาะทาง
วีซ่าเอช-1บีเป็นช่องทางสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาทำงานในสหรัฐฯ กับนายจ้างที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เดิมค่าธรรมเนียมอยู่ในช่วงประมาณ 2,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 66,680-166,700 บาท แต่คำสั่งใหม่กำหนดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำไว้สูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.3 ล้านบาทต่อราย
ทรัมป์ต่ออายุค่าธรรมเนียมวีซ่าเอช1-บี 3.3 ล้านบาท
คำสั่งเดิมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประกาศใช้เมื่อเดือนกันยายน มีกำหนดหมดอายุในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เลือกต่ออายุคำสั่งออกไปอีก 1 ปี ทำให้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวนมากยังคงเป็นประเด็นที่บริษัท นายจ้าง และผู้สมัครวีซ่าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่านโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องตำแหน่งงานของแรงงานอเมริกัน และทำให้นายจ้างพิจารณาการจ้างบุคลากรภายในประเทศก่อน แม้เช่นนั้น ภาคธุรกิจจำนวนมากมองว่าค่าธรรมเนียมระดับ 100,000 ดอลลาร์อาจกลายเป็นภาระที่สูงเกินไป โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก สตาร์ตอัป และองค์กรที่ต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างเร่งด่วน
รายละเอียดสำคัญของทรัมป์ต่ออายุค่าธรรมเนียมวีซ่าเอช1-บี 3.3 ล้านบาท
- ค่าธรรมเนียมใหม่กำหนดไว้ที่อย่างน้อย 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท
- คำสั่งมีผลต่อการยื่นขอวีซ่าเอช-1บีตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด และมีการต่ออายุออกไปอีก 1 ปี
- ศาลอุทธรณ์ในเมืองบอสตันกำลังพิจารณาคำตัดสินเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของค่าธรรมเนียม
- หอการค้าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ทางธุรกิจรายใหญ่ ได้ยื่นข้อโต้แย้งต่อมาตรการดังกล่าว
- ผู้ถือวีซ่านักเรียนที่พำนักอยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้ว อาจไม่อยู่ภายใต้คำสั่งค่าธรรมเนียมนี้ในบางกรณี
แม้รัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้คำสั่ง แต่เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการต่อสู้ทางกฎหมาย ศาลรัฐบาลกลางเคยมีคำตัดสินเมื่อเดือนมิถุนายนว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมโดยรัฐบาลของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมสั่งระงับไม่ให้รัฐบาลเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในเมืองบอสตันจึงอาจมีผลต่อทิศทางของนโยบายในอนาคต
นอกจากนั้น ยังมีศาลอีกแห่งที่กำลังพิจารณาว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่ หลังปฏิเสธข้อโต้แย้งของหอการค้าสหรัฐฯ ประเด็นนี้สะท้อนว่าค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนโยบายตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับอำนาจของฝ่ายบริหาร ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และการแข่งขันด้านบุคลากรระดับโลก
สำหรับแรงงานต่างชาติและบริษัทที่กำลังวางแผนยื่นวีซ่าเอช-1บี การต่ออายุคำสั่งครั้งนี้อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก นายจ้างบางรายอาจต้องทบทวนแผนการจ้างงาน ขณะที่ผู้สมัครอาจต้องเตรียมเอกสารและตรวจสอบเงื่อนไขให้ละเอียดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้มีผลเหมือนกันกับผู้ยื่นทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนและพำนักอยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้ว ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นตามรายละเอียดของคำสั่ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายถิ่นฐานแนะนำให้ผู้สมัครและนายจ้างติดตามประกาศจากหน่วยงานสหรัฐฯ รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลอย่างต่อเนื่อง เพราะรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้จากกระบวนการทางกฎหมาย การยื่นเอกสารหรือชำระค่าธรรมเนียมโดยอาศัยข้อมูลเก่าอาจทำให้เกิดความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
โดยสรุป ทรัมป์ต่ออายุค่าธรรมเนียมวีซ่าเอช1-บี 3.3 ล้านบาท เป็นมาตรการที่สร้างแรงกดดันต่อทั้งนายจ้างและแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์สุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล หากคุณกำลังวางแผนทำงานหรือจ้างบุคลากรในสหรัฐฯ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่า และเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ เพราะนโยบายนี้อาจส่งผลต่อโอกาสและต้นทุนในระยะยาว
ที่มา – ทรัมป์ต่ออายุคำสั่งค่าธรรมเนียมวีซ่า “เอช1-บี” 3.3 ล้านบาท ต่อไปอีก 1 ปี