ทวีร่วมกินเจสุไหงโก-ลก เยี่ยมปราชญ์ภาษามลายู
ทวีร่วมกินเจสุไหงโก-ลก เยี่ยมปราชญ์ภาษามลายู
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยแกนนำและคณะทำงานพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อร่วมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และพบปะบุคคลสำคัญในพื้นที่ โดยภารกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 69 พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปร่วมงานประเพณีถือศีลกินผัก ณ มูลนิธิเซิ่งหมู่ธารน้ำใจสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–18 ต.ค. 69 งานดังกล่าวเป็นกิจกรรมสำคัญของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญ ปฏิบัติธรรม รับประทานอาหารเจ รวมถึงร่วมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์
ทวีร่วมกินเจสุไหงโก-ลก เยี่ยมปราชญ์ภาษามลายู กับภารกิจเชื่อมวัฒนธรรม
ภายในงาน พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมทำบุญและมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานสาธารณกุศล รวมถึงกิจกรรมด้านวัฒนธรรมให้แก่ตัวแทนคณะกรรมการมูลนิธิเซิ่งหมู่ธารน้ำใจสุไหงโก-ลก เงินสนับสนุนดังกล่าวจะนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมทางศาสนา การจัดเลี้ยงอาหารเจแก่ประชาชน และการช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ
บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น มีนางสุชาดา พันธ์นรา อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก คณะกรรมการศาลเจ้า ตลอดจนประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมให้การต้อนรับ การพบปะครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการร่วมงานประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อสารถึงความตั้งใจในการสนับสนุนชุมชนและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนต่างเชื้อสายและวัฒนธรรม
ประเด็นสำคัญจากการลงพื้นที่สุไหงโก-ลก
- ร่วมงานประเพณีถือศีลกินผักและทำบุญกับประชาชนในพื้นที่
- มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมศาสนา งานวัฒนธรรม และการสงเคราะห์สังคม
- รับฟังความต้องการของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ชายแดนใต้
- ส่งเสริมแนวคิดการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่จังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ทวี และคณะทำงานพรรคประชาชาติ เดินทางต่อไปยังตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายดอรอแม หะยีหะซา หรือที่รู้จักกันในชื่อ "อุสตาซแม แดวอ" อดีตบรรณาธิการนิตยสารมลายู Fajar และหนึ่งในบุคคลสำคัญของสมาคมนักเขียนปาตานี
การพูดคุยครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภาษามลายู ตลอดจนการสืบทอดวัฒนธรรมการเขียนอักษรยาวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาษามลายูและอักษรยาวีถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ การดูแลรักษาภาษาจึงมีความหมายมากกว่าการอนุรักษ์ตัวอักษร แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรักษาความทรงจำ ภูมิปัญญา และเรื่องราวของชุมชนให้ส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวยกย่องอุสตาซแม แดวอ ว่าเป็นผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อสังคมมลายู เป็นปราชญ์ท้องถิ่นที่อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องมรดกทางภาษาและภูมิปัญญาไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา การทำงานของบุคคลด้านภาษาและวัฒนธรรมเช่นนี้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน และช่วยให้สังคมมองเห็นคุณค่าของความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์
ด้านอุสตาซแม แดวอ แสดงความดีใจที่ พ.ต.อ.ทวี และคณะให้ความสำคัญกับคนทำงานด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมเปิดเผยถึงผลงานหนังสือเล่มสำคัญที่กำลังจัดทำในชื่อ "ภาษามลายูอักษรยาวีเป็นมรดกปัตตานี" ขณะนี้หนังสือใกล้จะจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยตั้งใจให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ทำความเข้าใจรากเหง้าของตนเอง และเกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของปัตตานี
ความสำคัญของภาษาและอักษรยาวีต่อคนรุ่นใหม่
ในยุคที่การสื่อสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การอนุรักษ์ภาษาและอักษรท้องถิ่นอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่การมีหนังสือ งานเขียน และพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะช่วยให้เยาวชนเข้าถึงมรดกของตนได้ง่ายขึ้น การสนับสนุนผู้รู้ในชุมชนจึงควรดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาสื่อการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ ห้องเรียนชุมชน หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้ทดลองอ่านและเขียนอักษรยาวี
ภาพรวมของภารกิจครั้งนี้จึงเชื่อมโยงทั้งมิติศาสนา สังคม และวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่การร่วมเทศกาลกินเจที่สุไหงโก-ลก ไปจนถึงการเยี่ยมปราชญ์ด้านภาษามลายูที่ปัตตานี การลงพื้นที่ลักษณะนี้ช่วยสะท้อนเสียงของประชาชน และทำให้ประเด็นทางวัฒนธรรมได้รับความสนใจในวงกว้างมากขึ้น
ทวีร่วมกินเจสุไหงโก-ลก เยี่ยมปราชญ์ภาษามลายู จึงเป็นข่าวที่สะท้อนคุณค่าของการสนับสนุนชุมชนและการรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นไปพร้อมกัน หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาษา อักษรยาวี ประเพณี และภูมิปัญญาของชายแดนใต้ก็จะยังคงมีพื้นที่เติบโต และส่งต่อความภาคภูมิใจให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างมั่นคง
ที่มา – ‘ทวี’ ลงใต้ร่วมเทศกาลกินเจ ‘สุไหงโก-ลก’ แล้วรุดเยี่ยมปราชญ์ภาษามลายู
