ทูลกระหม่อมหญิงฯ ปรุงอาหารไทยโบราณ

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ปรุงอาหารไทยโบราณ ในงาน World Travel Market (WTM) 2026 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างน่าสนใจ การสาธิตครั้งนี้ไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงรสชาติของอาหาร แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวภูมิปัญญา วัฒนธรรม ความประณีต และแนวคิดการดูแลสุขภาพผ่านวัตถุดิบไทย

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทย ณ คูหาประเทศไทย โดยทรงกล่าวถึงแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรม Health & Wellness หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งจากภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สามารถนำมาต่อยอดด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ปรุงอาหารไทยโบราณ ถ่ายทอดเสน่ห์ Soft Power

ภายหลังการพระราชทานสัมภาษณ์ ทูลกระหม่อมหญิงฯ ปรุงอาหารไทยโบราณ ได้แก่ เมนูหมี่คลุก มณีร้อยรส และขนมพระพาย โดยมีผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงเชฟตุ๊กตา สุพัตรา สารสิทธิ์ ร่วมเป็นผู้ช่วยสาธิต การปรุงอาหารเป็นไปอย่างประณีตและสร้างความสนใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานจากหลายประเทศ

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ปรุงอาหารไทยโบราณ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

เมนูหมี่คลุก มณีร้อยรส แสดงให้เห็นถึงการนำอาหารจานคุ้นเคยมายกระดับให้มีความสวยงามและมีเรื่องราวมากขึ้น เส้นหมี่ถูกย้อมสีด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ดอกอัญชันให้สีม่วง และกระเจี๊ยบแดงให้สีแดง ส่วนการปรุงรสใช้น้ำส้มมะขามคุณภาพดีจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำให้มีรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยความหวาน ความเค็ม และความเผ็ดเล็กน้อย รสชาติที่สมดุลช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้รับประทานและสะท้อนความสามารถของอาหารไทยในการนำเสนอความเรียบง่ายอย่างมีระดับ

ขนมพระพายเป็นขนมไทยโบราณที่มีรูปลักษณ์สวยงามและต้องอาศัยความพิถีพิถันในการทำ แป้งนุ่มห่อไส้ถั่วกวน ก่อนราดด้วยน้ำกะทิหอมหวานจากมะพร้าวไทย ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูง เมนูนี้จึงเป็นตัวอย่างของขนมไทยที่สามารถนำเสนอในตลาดต่างประเทศได้ดี เพราะมีทั้งความอร่อย ความสวยงาม และเรื่องราวทางวัฒนธรรมอยู่ในจานเดียว

อาหารไทยกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับพรีเมียม

แนวคิดสำคัญที่ถูกนำเสนอในงานคือ Healing is a new luxury หรือการเยียวยาคือความหรูหรูปแบบใหม่ ความหรูหราในปัจจุบันอาจไม่ใช่การใช้วัตถุดิบราคาแพงหรือการบริการที่ฟุ่มเฟือย แต่หมายถึงการใส่ใจในรายละเอียด ความสะอาด คุณภาพ ความสวยงาม และกระบวนการที่ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข

ประเทศไทยมีบริการด้านสุขภาพที่หลากหลาย เช่น การนวดไทย การอบไอน้ำสมุนไพร การแช่น้ำพุร้อน และการใช้สมุนไพรในอาหาร จุดเด่นเหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างให้ประเทศไทยได้ หากผู้ประกอบการรักษามาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารให้ผู้เดินทางเข้าใจว่า การมาเยือนประเทศไทยสามารถช่วยดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ได้ในเวลาเดียวกัน

นอกจากบริการสุขภาพแล้ว อาหารไทยยังเป็น Soft Power ที่สำคัญ เพราะสามารถมอบประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ทั้งสีสัน กลิ่นหอม รสชาติ สัมผัสของอาหาร และบรรยากาศในการรับประทาน วัตถุดิบไทยจำนวนมากยังมีคุณค่าจากสมุนไพร จึงช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าอาหารหนึ่งมื้อมีทั้งความอร่อยและประโยชน์ต่อสุขภาพ

ธรรมชาติและวิถีไทยช่วยฮีลใจนักท่องเที่ยว

อีกหนึ่งจุดแข็งของประเทศไทยคือการผสมผสานกิจกรรมสุขภาพเข้ากับธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชน ตัวอย่างเช่น การอาบป่า หรือ Forest Bathing ซึ่งเป็นการเดินช้า ๆ ท่ามกลางต้นไม้ สูดอากาศบริสุทธิ์ ฝึกสมาธิ และปล่อยใจให้สงบ กิจกรรมลักษณะนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความเร่งรีบจากชีวิตประจำวัน

การทำสมาธิริมทะเลก็เป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานปฏิบัติธรรม ผู้เดินทางสามารถใช้เสียงคลื่น สายลม และบรรยากาศของธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูจิตใจ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีแหล่งน้ำพุร้อนที่น่าสนใจ เช่น ระนอง สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และน้ำพุร้อนเค็มในจังหวัดกระบี่ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีเอกลักษณ์

พื้นที่สีเขียวอย่างคุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ก็เป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวใกล้เมืองที่นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ และเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านอาหาร เช่น เมี่ยงดอกบัว ซึ่งมีความสวยงาม แปลกใหม่ และมีส่วนผสมที่สะท้อนคุณค่าของพืชสมุนไพรไทย

เสน่ห์การต้อนรับแบบไทยสร้างความประทับใจ

นอกเหนือจากอาหารและธรรมชาติแล้ว น้ำใจและอัธยาศัยของคนไทยยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีความพิเศษ นักท่องเที่ยวไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สวยงามหรือบริการที่มีมาตรฐาน แต่ยังมองหาความจริงใจ ความอบอุ่น และความรู้สึกปลอดภัย การบริการแบบไทยที่เป็นมิตรจึงช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ

  • ยกระดับอาหารไทยด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นและการนำเสนอที่ร่วมสมัย
  • รักษาความสะอาดและมาตรฐานของบริการสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
  • ผสานกิจกรรมธรรมชาติเข้ากับการดูแลร่างกายและจิตใจ
  • เล่าเรื่องวัฒนธรรมไทยให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • สร้างประสบการณ์ที่อบอุ่นด้วยการบริการอย่างจริงใจ

กิจกรรมทูลกระหม่อมหญิงฯ ปรุงอาหารไทยโบราณ จึงเป็นมากกว่าการสาธิตทำอาหาร แต่เป็นการนำเสนอภาพรวมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ผู้คนสามารถมาพักผ่อน ดูแลสุขภาพ เรียนรู้วัฒนธรรม และเติมพลังใจได้ในทริปเดียว อาหารไทยมีศักยภาพในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับชุมชน ธรรมชาติ และภูมิปัญญา หากทุกภาคส่วนร่วมกันรักษาคุณภาพและพัฒนาเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยก็จะยิ่งโดดเด่นในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก

สำหรับผู้ประกอบการและคนรักอาหารไทย นี่คือโอกาสสำคัญในการนำเสนอความเป็นไทยให้ร่วมสมัย โดยไม่ทิ้งรากวัฒนธรรม เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของอาหารไทยอยู่ที่ความใส่ใจ ความสมดุล และความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นหลังมื้ออาหาร

ที่มา – ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงร่วมกิจกรรมปรุงอาหารไทยโบราณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *