ธปท.จับตาความเสี่ยงครึ่งปีหลัง หนี้เสียอาจขยับสูง แต่อยู่ระดับที่รับได้
เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงกำลังจับตามองสภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้กันอยู่ใช่ไหมครับ ล่าสุดทาง ธปท. ได้ออกมาเผยถึงประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ โดยระบุว่า ธปท.จับตาความเสี่ยงครึ่งปีหลัง หนี้เสียอาจขยับสูง แต่อยู่ระดับที่รับได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปควรทำความเข้าใจและเตรียมตัวรับมือกันไว้ก่อนครับ
ธปท.จับตาความเสี่ยงครึ่งปีหลัง หนี้เสียอาจขยับสูง แต่อยู่ระดับที่รับได้
จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาให้ความเห็นว่า หนี้ด้อยคุณภาพหรือ NPL มีโอกาสที่จะขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อย สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า แม้ว่าคาดการณ์จีดีพีปีนี้จะอยู่ที่ 2.3% ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท. ยืนยันว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ผ่านเครื่องมือต่างๆ ที่เตรียมไว้
มุมมองต่อหนี้ครัวเรือนและสถานการณ์เศรษฐกิจ
สำหรับประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนที่ลดลงเหลือ 85.9% นั้น ทางผู้ว่าฯ ธปท. ได้อธิบายว่า แม้ตัวเลขจะดูดีขึ้น แต่แท้จริงแล้วเป็นผลมาจากฐานจีดีพีที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อและการที่ธนาคารเข้มงวดในการให้สินเชื่อมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่า ธปท.จับตาความเสี่ยงครึ่งปีหลัง หนี้เสียอาจขยับสูง แต่อยู่ระดับที่รับได้ ควบคู่ไปกับการเร่งแก้ไขหนี้ครัวเรือนที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งรัฐบาลและสถาบันการเงินในการบรรเทาภาระของประชาชน
- ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด แม้ตัวเลขจะผันผวนลดลงบ้าง แต่ต้องระวังปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมันโลก
- ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องระยะยาว ต้องอาศัยมาตรการซ้ำๆ และต่อเนื่อง
- ธปท.-รัฐบาล เตรียมแผนรองรับเพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในระยะกลางและยาว
ในมุมมองของผู้เขียน สำหรับใครที่กำลังวางแผนทางการเงินในช่วงนี้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ แม้ในภาพรวมสถานการณ์จะยังพอรับได้ แต่การวางแผนรัดเข็มขัดและบริหารจัดการหนี้อย่างรัดกุมคือทางรอดที่ดีที่สุดในเวลานี้ หากเราช่วยกันปรับตัวและทางภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ
ที่มา – ธปท.จับตาความเสี่ยงครึ่งปีหลัง หนี้เสียอาจขยับสูง แต่อยู่ระดับที่รับได้