นักเลงวัวชน ‘สอน หูโตน’ ชิงมอบตัวหลังจ่อยิงคู่อริดับ
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีความเคลื่อนไหวของ 사건วัยรุ่นจ่อยิงเสียชีวิตอย่างน่าสะพรึงกลัว หลังจากที่ชายหนุ่มคู่อริกับผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ออกจากสถานบันเทิง กลับถูกเปิดฉากยิงกลางถนนจนเสียชีวิตต่อหน้าแฟนสาว กระแสดราม่าของเหตุการณ์นี้ยังคงสร้างความฮือฮาอย่างมากในโซเชียล จนเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ความคืบหน้าของคดีมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยมีรายงานข่าวว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในครั้งนี้คือ “นักเลงวัวชน ‘สอน หูโตน’” ได้เข้ามอบตัวกับทีมตำรวจสืบสวน สภ.เมืองตรัง
นักเลงวัวชน ‘สอน หูโตน’ กลัวถูกวิสามัญฯ
หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่เกิดเหตุ นายธนพล แก้วเกือบ อายุ 22 ปี หรือที่รู้จักในชื่อว่า “สอน หูโตน” ซึ่งเป็นนักเลงวัวชนในพื้นที่ ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ได้ลงมือรายงานยิงคู่อริของตนอย่างรุนแรง โดยใช้อาวุธปืนลูกโม่ .38 เป็นจำนวน 3 นัด ต่อหน้าแฟนสาวของผู้เสียชีวิต สร้างความโกลาหล และความสะพรึงขวัญให้กับผู้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์เป็นอย่างมาก
ความเคลื่อนไหวล่าสุดด้านความปลอดภัยของตน “สอน หูโตน” ได้แสดงความกังวลต่อความนิ่งงันของเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม เวลาหนึ่งเขาถูกจัดให้ว่าเป็นบุคคลอันตรายที่พกพาอาวุธปืนอยู่ตลอดเวลา จึงอาจต้องกลัวการถูกจับตัวในรูปแบบฉับพลัน พร้อมมีความเสี่ยงต่อการถูกล้างแค้นจากฝ่ายคู่กรณีในอนาคต จึงมีการวางแผนจิตวิทยาชิงเข้ามอบตัวกับตำรวจชุดสืบสวนอย่างรอบคอบ และปลอดภัยสูงสุด
คำสารภาพและหลักฐานที่ยังคลุมเครือ
ภายหลังการ_kelaiพบตัว ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนและขอรับคำให้การจาก “สอน หูโตน” ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยไม่ปฏิเสธ แต่เมื่อถึงเรื่องสาเหตุสำคัญอย่างแท้จริง กลับยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยใดๆ ออกมาเลย
ทั้งนี้ อาวุธปืนลูกโม่ที่ใช้ในการก่อเหตุเขาอ้างว่าได้นำไปทำการทิ้งลงในคลองนางน้อย หมู่ 7 ต.นาโยงใต้ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการไปชี้จุดทิ้งอาวุธ แต่มิได้พบของกลางกลับมาเลย เพิ่มความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นเพียงการบิดเบือนความจริงจากการพูดเท็จ หรืออาจหลอกลวงทางสืบสวน
นอกจากอาวุธปืนที่หายไป อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ตามหามาคือรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นเครื่องมือในการหลบหนี คือรถจยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ไอ ทะเบียน 1 กม 2920 ตรัง ได้ถูกซ่อนไว้ภายในห้องน้ำร้างกลางสวนในพื้นที่ต.ละมอ อ.นาโยง ซึ่งเพิ่งถูกทีมสืบสวนตามหาข้อมูลและกู้คืนมาได้ล่าสุด
เบื้องต้นนี้ ผู้ต้องหาได้รับข้อกล่าวหา ไม่น้อยกว่า 3 ข้อหา ได้แก่ “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น”, “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง”, และ “การพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรจำเป็นเร่งด่วน” เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการควบคุมตัว “สอน หูโตน” ไปดำเนินคดีอย่างเต็มรูปแบบตามกฏหมาย
สรุปประเด็นทางสังคม
เรื่องราวของนักเลงวัวชน ‘สอน หูโตน’ ไม่เพียงแค่เป็นประเด็นคดีอาชญากรรมที่น่าสะพรึงกลัว แต่ยังสะท้อนปัญหาความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่น การใช้ความรุนแรงอย่างโหดร้ายโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน รวมถึงนโยบายฉายาวัฒนธรรมในบางพื้นที่ที่อาจบิดเบี้ยวไปสู่การใช้อาวุธและการชิงพื้นที่อย่างรุนแรง
สังคมควรตั้งคำถามว่าระบบป้องกันและดูแลเยาวชนมีบทบาทเพียงพอหรือไม่ และต้องมองอย่างจริงจังถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืนในเครือของกลุ่มชนได้อย่างไร แม้ในกรณีที่ดูเหมือนยังอยู่ในกรอบทางวิสามัญ แต่จริง ๆ แล้วหลุดจากสายตาของสังคมไว้มาอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การเผยแพร่ข่าวสารคดีช่วยกระตุ้นให้สังคมได้วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และพัฒนานโยบายในทุกมิติ เช่น การสนับสนุนยาเสพติดในวัยรุ่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การเยียวยาจิตใจในชุมชน และอาจรวมถึงการตรวจสอบยอมรับในการให้ฉายา หรือความรุ่งแรงในวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดีขึ้นสำหรับสังคมไทย
หากคุณเป็นญาติหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ ขอให้กรุณาให้ความช่วยเหลือ ส่งต่อข้อมูล และเดินหน้าต่อต้านความรุนแรง คุณสามารถเริ่มได้หลากหลายวิธี เช่น อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ ติดตาม agency news มีความรอบคอบ ตระหนัก และกล้าตั้งคำถามอยู่เสมอ
ที่มา – นักเลงวัวชน ‘สอน หูโตน’ กลัวถูกวิสามัญฯ ชิงมอบตัวกับชุดสืบสวนสภ.เมืองตรัง