ประเสริฐมองอนุทินทานข้าวธรรมนัสไม่แปลก
กรณีภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับประทานอาหารเย็นร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง เพราะอาจเชื่อมโยงกับทิศทางการเมืองหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการควบรวมพรรคหรือการเข้าร่วมรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย มองว่า การพบปะและรับประทานอาหารร่วมกันของนายอนุทินกับ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เนื่องจากทั้งสองรู้จักและคุ้นเคยกันมานาน อีกทั้งมีอายุใกล้เคียงกัน และนายอนุทินเป็นคนมีอัธยาศัยดี สามารถรับประทานอาหารร่วมกับบุคคลหลากหลายได้
ประเสริฐมองอนุทินทานข้าวธรรมนัสไม่แปลก
นายประเสริฐระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการพูดคุยระหว่างนายอนุทินและ ร.อ.ธรรมนัส จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าการรับประทานอาหารครั้งนี้มีนัยทางการเมืองหรือไม่ แต่ย้ำว่าการพบปะกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความคุ้นเคยและมีความสัมพันธ์ทางการเมืองมาก่อน
ประเสริฐมองอนุทินทานข้าวธรรมนัสไม่แปลก และยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง
สำหรับกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจควบรวมกับพรรคอื่น หรืออาจเข้ามาร่วมรัฐบาลหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายประเสริฐกล่าวว่า เรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล รวมถึงการควบรวมพรรค ต้องสอบถามนายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาลโดยตรง ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังทำงานตามปกติ และยังสนับสนุนการทำงานภาพรวมของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
นายประเสริฐยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีโควตารัฐมนตรีจำนวน 5 กระทรวง รวม 8 ตำแหน่ง และเชื่อว่ายังไม่มีผลกระทบจากกระแสข่าวดังกล่าว การพูดถึงการปรับคณะรัฐมนตรีหรือการเกลี่ยตำแหน่งใหม่ในเวลานี้ถือว่าเร็วเกินไป เพราะยังไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ จึงไม่อยากให้สังคมมองไปไกลกว่าสถานการณ์จริง
จุดยืนของพรรคเพื่อไทยต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถูกถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายประเสริฐยืนยันว่า หากมีการพาดพิงถึงรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงก็พร้อมชี้แจงและตอบคำถามด้วยตนเอง เพราะนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบการตอบในภาพรวมของรัฐบาล ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลจะเป็นผู้ชี้แจงตามหน้าที่
ในเรื่องการลงมติ พรรคเพื่อไทยย้ำว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและเข้าใจมารยาททางการเมืองเป็นอย่างดี นายประเสริฐขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สมาชิกพรรคจะมีแนวทางการลงมติที่ชัดเจน และยืนยันว่าจะไม่มีการแตกแถวในการลงคะแนนครั้งสำคัญ
- พรรคเพื่อไทยยังสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตามปกติ
- โควตารัฐมนตรีของพรรคยังมี 5 กระทรวง รวม 8 ตำแหน่ง
- รัฐมนตรีพร้อมชี้แจงหากถูกพาดพิงในการอภิปราย
- พรรคยืนยันว่าจะลงมติไปในทิศทางเดียวกัน
มุมมองต่อกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
อีกประเด็นที่นายประเสริฐให้ความเห็นคือกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านเสนอขอเวลา 5 วัน โดยนายประเสริฐมองว่า 3 วันน่าจะเหมาะสมและเพียงพอ หากฝ่ายค้านบริหารเนื้อหาให้กระชับ เน้นประเด็นสำคัญ และบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
นายประเสริฐยกตัวอย่างว่า ในอดีตการอภิปรายทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวมกันถึง 35 คน ยังเคยใช้เวลาเพียง 3 วัน ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้ หากมีการเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ก็น่าจะดำเนินการได้ภายในกรอบเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังต้องเผื่อเวลาอีก 1 วันสำหรับการลงมติ ซึ่งไม่ควรรวมอยู่ในช่วงเวลาการอภิปราย
ข้อเสนอเรื่อง 3 วันจึงเป็นประเด็นที่คณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย หรือวิป 3 ฝ่าย ต้องนำไปหารือร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้การอภิปรายอยู่ในกรอบ ไม่ยืดเยื้อ และทำให้ประชาชนติดตามสาระสำคัญได้ง่ายขึ้น
โดยสรุป ประเสริฐมองอนุทินทานข้าวธรรมนัสไม่แปลก เพราะเป็นการพบปะของคนที่รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ส่วนประเด็นการควบรวมพรรคหรือการปรับคณะรัฐมนตรียังไม่มีความชัดเจน จึงควรรอข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังยืนยันจุดยืนเดิม ทั้งการสนับสนุนรัฐบาล การตอบข้ออภิปราย และการลงมติร่วมกัน
มุมมองที่น่าสนใจคือ การรับประทานอาหารร่วมกันเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางการเมือง การประเมินสถานการณ์ควรพิจารณาจากนโยบาย การลงมติ และท่าทีอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคเป็นหลัก ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อทำความเข้าใจการเมืองไทยอย่างรอบด้าน
ที่มา – ‘ประเสริฐ’ มอง ‘อนุทิน’ ทานข้าว ‘ธรรมนัส’ ไม่แปลกเหตุนายกฯอัธยาศัยดีคุ้นเคยกัน