ผู้ว่าการธปท. ชี้การเมืองไทยกดดันเศรษฐกิจเสี่ยงเพิ่ม
สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนสูง กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในปี 69 ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามความคิดเห็นของ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายนเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อนานาชาติอย่าง “บลูมเบิร์ก” ระบุว่า การชะงักงันทางการเมืองอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ และจีดีพีของไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 1.7% ลดลงจากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2%
ผู้ว่าการธปท. ชี้การเมืองไทยกดดันเศรษฐกิจเสี่ยงเพิ่ม
จากสถานการณ์ปัจจุบัน มีความเสี่ยงหลายประการที่จะเพิ่มภาระให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งการลงทุนภาครัฐที่ชะลอตัว การบริโภคภายในประเทศที่ลดลง รวมไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อาจสั่นคลอน ส่งผลให้ภาพรวมของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้มีโอกาสต่ำกว่าเป้าหมาย
ผลกระทบระยะยาวต่อการเงินและการคลัง
นอกจากนี้ นโยบายการเงินของ ธปท. ซึ่งยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันหากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อ การขาดเสถียรภาพทางการเมืองส่งผลให้ความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจลดลง และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออันดับเครดิตของไทย
- จีดีพีปี 69 คาดว่าขยายตัวที่ 1.7%
- อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับต่ำ
- การเมืองไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- อันดับเครดิตอาจตกต่ำหากมีความเสี่ยงเพิ่ม
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวเสริมว่า ธปท. ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระในด้านนโยบายการเงิน และยืนยันว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงรักษาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงปลายปีนี้ และปี 69 อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งในด้านอัตราเงินเฟ้อ การไหลเข้าออกของเงินทุน และความเสถียรของระบบการเงิน
ผู้บริโภคและภาคเอกชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากการเมืองไม่คลี่คลายในเร็ววัน อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะชะลอตัวยาวนาน ควรเตรียมความพร้อมรับมือทั้งในด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ
ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองเป็นปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรมีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความผันผวน
ที่มา – ‘ผู้ว่าการธปท.’ ชี้การเมืองไทย กดดันเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น