พยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ไม่หนักเท่ารอบก่อน

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล และรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาอธิบายสถานการณ์ฝนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและไม่วิตกกังวลเกินเหตุ โดยภาพรวม พยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ไม่หนักเท่ารอบก่อน แม้บางพื้นที่ยังมีฝนตกหนักและควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

พยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ไม่หนักเท่ารอบก่อน

ข้อมูลการพยากรณ์แบ่งระดับความรุนแรงของฝนออกเป็นหลายสี โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสีเหลือง หรือมีปริมาณฝนประมาณ 35-65 มิลลิเมตร ส่วนพื้นที่สีส้มซึ่งมีปริมาณฝนราว 65-125 มิลลิเมตร อาจพบได้เป็นบางจุด โดยเฉพาะวันที่ 5 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม ลักษณะฝนสีส้มไม่ได้ครอบคลุมเป็นวงกว้างเหมือนบางช่วงที่ผ่านมา และยังไม่พบพื้นที่สีแดงที่มีฝนมากกว่า 125 มิลลิเมตร

พยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ไม่หนักเท่ารอบก่อนในกรุงเทพฯ

สำหรับกรุงเทพมหานคร วันที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือวันที่ 5 ตุลาคม เนื่องจากอาจมีฝนตกหนักกว่าวันอื่น แต่ยังอยู่ในเกณฑ์สีเหลืองเป็นหลัก พื้นที่บางแห่งอาจมีฝนตกไม่ถึง 35 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่บางจุดมีฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตรในเวลาไม่นาน

ผลกระทบในกรุงเทพฯ จึงมีแนวโน้มจำกัดอยู่ในพื้นที่ริมแนวคันกั้นน้ำ บริเวณที่มีน้ำท่วมขังเดิม พื้นที่ใกล้คลอง หรือจุดที่ระบบระบายน้ำทำงานได้ช้า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันน้ำไว้พอสมควร แต่ยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือยกระดับการป้องกันจนเกินความจำเป็น

สิ่งที่ควรเตรียมรับมือฝนช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม

  • ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพราะแนวฝนสามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • ตรวจสอบทางระบายน้ำ หน้าบ้าน ท่อระบายน้ำ และบริเวณใกล้คลองไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง
  • เตรียมกระสอบทรายหรืออุปกรณ์กั้นน้ำสำหรับบ้านที่อยู่ในจุดลุ่มต่ำหรือเคยเกิดน้ำท่วม
  • วางแผนการเดินทางในวันที่ 5 ตุลาคม โดยเผื่อเวลาและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก
  • เก็บเอกสารสำคัญ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของที่เสียหายจากน้ำไว้ในจุดสูง

ส่วนสถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลลงมาอาจส่งผลต่อพื้นที่ริมน้ำบางแห่ง แต่คาดว่าผลกระทบโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด หากเกิดน้ำทะเลหนุนก็ไม่น่าจะค้างเป็นเวลานาน และยังไม่มีสัญญาณเด่นชัดของสตอร์มเซิร์จที่ทำให้ระดับน้ำทะเลยกตัวสูงผิดปกติเป็นวงกว้าง ดังนั้นการเตรียมตัวตามความเสี่ยงของพื้นที่จึงเหมาะสมกว่าการกังวลกับสถานการณ์ในภาพรวม

สำหรับจังหวัดอื่น ประชาชนควรยึดประกาศจากจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม หรือเป็นเส้นทางที่มวลน้ำกำลังไหลผ่าน แม้ พยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ไม่หนักเท่ารอบก่อน แต่ฝนที่ตกสะสมในพื้นที่เดิมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มได้ จึงควรประเมินสถานการณ์จากสภาพพื้นที่จริงร่วมกับข้อมูลพยากรณ์

หลังจากฝนระลอกนี้ผ่านไป แนวโน้มมรสุมอาจขยับลงไปทางภาคใต้ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อยลง ขณะที่กรุงเทพมหานครอาจยังมีฝนหลงเหลือเป็นบางช่วง เมื่อใกล้ปลายเดือนตุลาคม อากาศเย็นมีโอกาสเริ่มเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อย่างไรก็ตาม ปีนี้อาจมีอากาศหนาวไม่มากเท่าปีก่อน ผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวหรือชื่นชอบอากาศเย็นควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก่อนเดินทาง

โดยสรุป พยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ไม่หนักเท่ารอบก่อน แต่วันที่ 5 ตุลาคมยังเป็นวันที่ควรเฝ้าระวังมากที่สุด การเตรียมตัวอย่างมีสติ ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ และประเมินความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ จะช่วยลดความเสียหายได้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเครียดเกินไป แต่ก็ไม่ควรประมาท โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้คันกั้นน้ำ คลอง หรือพื้นที่ที่เพิ่งมีน้ำท่วม

ติดตามประกาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ เตรียมบ้านและวางแผนการเดินทางให้พร้อม แล้วรับมือฝนครั้งนี้อย่างรอบคอบและไม่ตื่นตระหนก

ที่มา – “อ.ธรณ์” กางพยากรณ์ฝน 4-7 ต.ค. ยันไม่หนักเท่ารอบก่อน เตือนอย่าตื่นตระหนก-ระวังสุดวันที่ 5 ต.ค.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *