พระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ไม่ไหม้ท่ามกลางซากเพลิง

เหตุอัคคีภัยครั้งใหญ่ในชุมชนศีรษะแรต อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนจำนวน 10 หลัง แต่ท่ามกลางซากเพลิงกลับพบภาพที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ลงพื้นที่ เมื่อพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ไม่ไหม้ท่ามกลางซากเพลิง แม้บริเวณโดยรอบจะได้รับความเสียหายจากไฟอย่างหนัก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประสบภัยของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร

พระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ไม่ไหม้ท่ามกลางซากเพลิง

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ เดินทางไปยังคุ้มหนองสิม ชุมชนศีรษะแรต หมู่ที่ 11 ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง เพื่อรับทราบสถานการณ์และพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ โดยมีครอบครัวผู้ประสบภัยทั้งหมด 10 ครัวเรือนเข้ารับการช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องนอน และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงแรก

ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องพบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือรัชกาลที่ 9 จำนวน 2 ภาพ ยังคงอยู่ในสภาพไม่เสียหายจากเพลิงไหม้ นอกจากนี้ “บ้านเทิดไท้องค์ราชัน” ซึ่งเป็นบ้านที่หน่วยงานราชการสร้างถวายเป็นพระราชกุศล ก็ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้เช่นกัน ทำให้ผู้พบเห็นต่างรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจเป็นอย่างมาก

ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้และการช่วยเหลือเบื้องต้น

เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยเปลวไฟลุกลามบ้านเรือนในชุมชนซึ่งมีสภาพค่อนข้างแออัดและมีเส้นทางเข้าออกจำกัด บ้านประชาชนได้รับความเสียหายทั้งหลังและบางส่วน รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ อุปกรณ์การเกษตร และข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวและนำมาเก็บไว้ใต้ถุนบ้านก็ถูกไฟเผาไหม้จนได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

แม้สถานการณ์จะเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนและมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไฟไม่ลุกลามเป็นวงกว้างมากกว่านี้ ที่สำคัญ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านที่พักอาศัย อาหาร เครื่องใช้จำเป็น และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ

  • บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวม 10 หลัง
  • ทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะถูกเพลิงไหม้
  • ผลผลิตข้าวเปลือกและเครื่องมือทางการเกษตรได้รับความเสียหาย
  • ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

นายโสภณกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าสลดใจ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของบ้านหลายรายเป็นผู้สูงอายุ แต่การพบว่าพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ไม่ไหม้ท่ามกลางซากเพลิง กลายเป็นภาพที่สร้างกำลังใจให้แก่ชาวบ้านในช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลายคนมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเคารพและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รวมถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายโสภณยังได้มอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวให้แก่ผู้ประสบภัยครอบครัวละ 10,000 บาท ขณะที่มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) มอบเงินเพิ่มเติมอีกครอบครัวละ 20,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การสนับสนุนดังกล่าวช่วยให้ครอบครัวที่สูญเสียสามารถจัดซื้อสิ่งของจำเป็นและเริ่มต้นวางแผนฟื้นฟูชีวิตได้เร็วขึ้น

การช่วยเหลือยังได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ได้แก่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอพุทไธสง เทศบาลตำบลพุทไธสง เหล่ากาชาด หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน มูลนิธิ และประชาชนในพื้นที่ ทุกฝ่ายร่วมกันลงพื้นที่ สำรวจความเสียหาย มอบสิ่งของ และดูแลความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนและน้ำใจของคนไทยในยามเกิดวิกฤต

สำหรับการช่วยเหลือในระยะยาว อำเภอพุทไธสงได้รับมอบหมายให้เร่งประสานขอรับการสนับสนุนจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาเยียวยาและฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ประสบภัยอาจได้รับการช่วยเหลือด้านการซ่อมแซมบ้าน เครื่องมือทำกิน และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ตามระดับความเสียหาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งรวบรวมข้อมูลให้ถูกต้องและโปร่งใส

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกครัวเรือนตรวจสอบระบบไฟฟ้า สายไฟ ปลั๊กพ่วง และอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่เพียงลำพัง ควรจัดทำแผนหนีไฟ เตรียมถังดับเพลิง และติดตั้งอุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ หากพบสายไฟชำรุดหรือมีกลิ่นไหม้ ควรตัดไฟและแจ้งผู้เชี่ยวชาญทันที ไม่ควรซ่อมแซมด้วยตนเองหากไม่มีความรู้

แม้ความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้จะไม่อาจย้อนคืนได้ในทันที แต่การร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับมายืนได้อีกครั้ง เรื่องพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ไม่ไหม้ท่ามกลางซากเพลิง จึงไม่เพียงเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจและความประทับใจเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้ชุมชนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมติดตามช่องทางช่วยเหลือที่เป็นทางการ และส่งต่อกำลังใจให้ครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ‘โสภณ’ตะลึง! พระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ไม่ไหม้ ท่ามกลางซากเพลิง หลังลงพื้นที่ให้กำลังใจ ผู้ประสบอัคคีภัย อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *