ภราดรจี้ กยศ. เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน

ประเด็นเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง ภราดรจี้ กยศ. เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน พร้อมเสนอให้แยกสถานะของผู้กู้ให้ชัดเจนว่าใครกำลังว่างงานและใครมีรายได้แต่ยังไม่ยอมชำระหนี้ แนวคิดนี้สะท้อนว่า การแก้ปัญหาหนี้ กยศ. ไม่ควรใช้วิธีเดียวกับลูกหนี้ทุกคน เพราะแต่ละคนมีข้อจำกัดและความสามารถในการชำระเงินแตกต่างกัน

ภราดรจี้ กยศ. เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาสภาพคล่องของ กยศ. ซึ่งก่อนหน้านี้ส่งผลให้นักศึกษาบางส่วนกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินสำหรับชำระค่าเล่าเรียน และอาจถูกมหาวิทยาลัยจำกัดสิทธิ์ในการเข้าสอบ อย่างไรก็ตาม หลังมีการประสานงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขและไม่กระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษา

ด้านงบประมาณ รัฐบาลเตรียมเพิ่มเงินสนับสนุนกองทุน กยศ. ในปีงบประมาณ 2570 จากเดิมประมาณ 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท การเพิ่มงบประมาณเกือบสองเท่าถือเป็นความพยายามช่วยเสริมสภาพคล่องให้กองทุนสามารถเดินหน้าปล่อยกู้และดูแลนักเรียน นักศึกษาได้ต่อเนื่อง โดยงบประมาณส่วนนี้จะเริ่มนำมาใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม หลังประกาศใช้ปีงบประมาณใหม่

เหตุผลที่ต้องแยกลูกหนี้ กยศ. ตามสถานะ

ข้อมูลที่ถูกพูดถึงระบุว่า ปัจจุบันมีผู้กู้ในระบบ กยศ. ประมาณ 3.6 ล้านคน แต่มีผู้ชำระหนี้ตรงตามกำหนดเพียงราว 1 ล้านคน ขณะที่อีก 2.6 ล้านคนอยู่ในกลุ่มผิดนัดชำระหนี้ คิดเป็นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้กู้ทั้งหมด ตัวเลขนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่กองทุนต้องเร่งจัดการอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ไม่ได้มีสาเหตุเหมือนกันทั้งหมด กลุ่มแรกคือผู้ที่ยังว่างงาน ไม่มีรายได้ประจำ หรือกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ คนกลุ่มนี้อาจต้องได้รับการผ่อนผัน ปรับโครงสร้างหนี้ หรือพักการชำระเงินชั่วคราว เพราะการเร่งรัดหนี้โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนอาจทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิม การทวงถามควรตั้งอยู่บนความเข้าใจ ไม่ใช่การกดดันผู้ที่ยังไม่มีความสามารถในการจ่าย

กลุ่มที่สองคือผู้ที่มีงานทำ มีรายได้ หรือมีเงินหมุนเวียนเพียงพอ แต่เลือกไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไข กลุ่มนี้ควรได้รับการติดตามอย่างจริงจังและเป็นธรรม กยศ.จำเป็นต้องพัฒนาฐานข้อมูลให้ทันสมัย เพื่อค้นหาสถานะการทำงานและช่องทางติดต่อของลูกหนี้ รวมทั้งออกแบบวิธีชำระหนี้ที่เหมาะสมกับรายได้ของแต่ละคน

  • ผู้ว่างงาน: ควรได้รับการช่วยเหลือหรือผ่อนผันตามความเหมาะสม
  • ผู้มีรายได้น้อย: ควรมีทางเลือกในการปรับค่างวดให้สอดคล้องกับรายรับ
  • ผู้มีรายได้แต่ไม่ชำระ: ควรได้รับการติดตามและเชิญเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้
  • ผู้ที่ชำระหนี้ดี: ควรได้รับสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจเพื่อรักษาวินัยทางการเงิน

กยศ.ต้องรู้ว่าลูกหนี้อยู่ในสถานะใด

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ กยศ.ต้องมีข้อมูลลูกหนี้ที่ละเอียดและเป็นปัจจุบันมากขึ้น ปัจจุบันยังมีคำถามว่ามีผู้ว่างงานซึ่งเป็นหนี้ กยศ.อยู่จำนวนเท่าใด และมีลูกหนี้กี่คนที่มีรายได้พร้อมชำระแต่ยังไม่ดำเนินการ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้กองทุนวางมาตรการได้ตรงจุด ลดการใช้ทรัพยากรไปกับการติดตามคนที่ยังไม่มีความสามารถในการจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามคนที่มีศักยภาพในการชำระ

การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจเป็นแนวทางหนึ่ง เช่น ข้อมูลการทำงาน การประกันสังคม หรือช่องทางติดต่อที่ลูกหนี้ยืนยันด้วยตนเอง แต่การดำเนินการต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย กยศ.ควรสื่อสารอย่างโปร่งใสว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และลูกหนี้มีสิทธิขอตรวจสอบข้อมูลของตนเองอย่างไร

สำหรับผู้กู้ที่ทำงานในหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชนบางแห่ง ระบบหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ช่วยให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างต่อเนื่องและลดโอกาสผิดนัด แต่ระบบดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมลูกหนี้ทุกกลุ่ม ดังนั้น กยศ.อาจต้องเพิ่มช่องทางชำระเงินที่สะดวกขึ้น พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนที่เข้าใจง่าย และเปิดทางให้ผู้กู้เจรจาปรับแผนการจ่ายได้โดยไม่ต้องเดินทางหลายครั้ง

แนวทางแก้หนี้ที่ทุกฝ่ายควรช่วยกัน

การแก้ปัญหาหนี้ กยศ. ไม่ควรโยนภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลระบบและนักศึกษา กยศ.ต้องบริหารข้อมูลและติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยต้องตรวจสอบสิทธิ์ผู้กู้อย่างรอบคอบ ส่วนผู้กู้เองก็ควรตระหนักว่าการกู้เงินเพื่อการศึกษาเป็นความรับผิดชอบระยะยาว เมื่อมีรายได้แล้วควรเริ่มชำระตามกำลัง เพื่อให้เงินกองทุนหมุนเวียนกลับไปช่วยรุ่นต่อไป

ในกรณีการสวมสิทธิ์กู้ กยศ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบกระบวนการอนุมัติให้รัดกุมมากขึ้น มหาวิทยาลัยและผู้รับผิดชอบการอนุมัติต้องตรวจเอกสารและตัวตนของผู้กู้อย่างละเอียด หากพบความผิดปกติควรมีการสอบสวนและกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพราะเงินกู้เพื่อการศึกษาควรไปถึงผู้ที่มีสิทธิ์และมีความจำเป็นจริง

แนวคิด ภราดรจี้ กยศ. เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการเร่งรัดเก็บเงิน แต่ควรเป็นการผลักดันให้ กยศ.จัดกลุ่มลูกหนี้อย่างเป็นธรรม คนที่ไม่มีรายได้ควรได้รับโอกาสตั้งหลัก ขณะที่คนที่พร้อมจ่ายควรรับผิดชอบตามสัญญา หากสามารถทำให้ลูกหนี้เพียง 30-40 เปอร์เซ็นต์กลับเข้าสู่ระบบได้ ก็อาจช่วยลดภาระงบประมาณและทำให้กองทุนมีเงินเพียงพอสำหรับนักเรียนรุ่นใหม่

ท้ายที่สุด การแก้หนี้ กยศ.จะสำเร็จได้ต้องอาศัยทั้งข้อมูลที่ถูกต้อง ระบบที่ทันสมัย และการสื่อสารที่เข้าใจผู้กู้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง กองทุนจะสามารถรักษาโอกาสทางการศึกษาไว้ได้ พร้อมสร้างวินัยทางการเงินโดยไม่ทิ้งคนที่กำลังลำบากไว้ข้างหลัง

ที่มา – ‘ภราดร’จี้กยศ.เร่ง’ทวงหนี้ 2.6 ล้านคน’ แยกให้ออก’ใครว่างงาน-มีรายได้’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *