ภูฏานเร่งแก้วิกฤติประชากร เดิมพันอนาคตของประเทศ
ในโลกที่หมุนไปข้างหน้าด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจ ภูฏานกลับเป็นประเทศที่โดดเด่นด้วยการใช้ “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” (GNH) เป็นเข็มทิศในการปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมดีและมีความสงบสุข แต่ในขณะนี้ ภูฏานเร่งแก้วิกฤติประชากร เดิมพันอนาคตของประเทศ อย่างจริงจัง เนื่องจากเผชิญกับภาวะการมีบุตรที่ลดลงอย่างมากจนน่ากังวล
ภูฏานเร่งแก้วิกฤติประชากร เดิมพันอนาคตของประเทศ
ด้วยจำนวนประชากรที่น้อยกว่า 800,000 คน หากอัตราการเกิดยังคงต่ำเช่นนี้ อนาคตของประเทศย่อมได้รับผลกระทบในระยะยาว รัฐบาลภูฏานจึงได้ริเริ่มโครงการ “Third Child Plus” เพื่อจูงใจให้ครอบครัวมีบุตรเพิ่มมากขึ้น โดยการมอบเงินสนับสนุนรายเดือนให้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
ทำไม ภูฏานเร่งแก้วิกฤติประชากร เดิมพันอนาคตของประเทศ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน?
ปัญหาที่รัฐบาลภูฏานกำลังเผชิญไม่ได้มีเพียงเรื่องอัตราการเกิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการไหลออกของแรงงานรุ่นใหม่ไปยังต่างประเทศ โดยข้อมูลระบุว่าชาวภูฏานจำนวนมากเลือกย้ายไปทำงานในออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างประชากร ดังนี้:
- อัตราการเจริญพันธุ์ลดลงเหลือเพียง 1.8 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนคือ 2.1 คน
- ประชากรวัยสูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาระด้านสวัสดิการสังคมสูงขึ้น
- การขาดแคลนวัยแรงงานที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนจีเอ็นเอชและเศรษฐกิจในอนาคต
- การสูญเสียกำลังคนรุ่นใหม่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางสังคมและการพัฒนาศักยภาพของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการให้เงินอุดหนุนอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การจะโน้มน้าวให้คนรุ่นใหม่หันมาสร้างครอบครัวนั้น จำเป็นต้องมีการปรับปรุงทั้งระบบสวัสดิการ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และที่สำคัญคือการช่วยให้คนหนุ่มสาวมองเห็นอนาคตที่มั่นคงในบ้านเกิดของตนเอง ไม่ใช่ในต่างแดน
บทเรียนจากภูฏานกำลังสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เน้นความสุขหรือประเทศที่เน้นเศรษฐกิจจ๋า การวางรากฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากรัฐบาลสามารถสร้างจุดสมดุลระหว่างความเป็นอยู่ที่ดีและโอกาสในการเติบโตในประเทศได้ เชื่อว่าคนรุ่นใหม่จะเลือกกลับมาสร้างรากฐานครอบครัวที่นี่ และนั่นคือทางออกที่ยั่งยืนที่สุดในการแก้ปัญหาวิกฤติครั้งนี้