มส.มีมติให้ชะลอ ‘เก็บข้อมูลวัด’ มอบ ‘สำนักพุทธฯ’ ทำคู่มือปฏิบัติงาน
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 20/2568 ซึ่งภายหลังการประชุม มีการแถลงผลสำคัญเกี่ยวกับการ เก็บข้อมูลวัด ทั่วประเทศที่กำลังถูกดำเนินการโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา
การประชุมมีมติให้ชะลอ ‘เก็บข้อมูลวัด’ ชั่วคราว
ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม พร้อมด้วย รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้แถลงว่า แม้การ เก็บข้อมูลวัด จะมีเจตนาที่ดีในการจัดทำฐานข้อมูลของวัดทั่วประเทศ แต่พบว่าการทำจริงในบางพื้นที่มีข้อกังวล เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่โดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือแม้แต่ให้พระกำลังฉันหยุดฉันเพื่อกรอกข้อมูล รวมถึงถ่ายภาพพร้อมบัตรประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แนวทางใหม่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม
ในการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 13 ส.ค. เหล่าผู้บริหารระดับสูงมีมติปรับแนวทาง โดยเน้นขออนุเคราะห์ข้อมูลจากวัดอย่างนอบน้อม เป็นการร่วมมือกันอย่างไม่บังคับ และย้ำว่าต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของพระภิกษุสงฆ์อย่างเคร่งครัด
เก็บข้อมูลวัด ต้องมีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัวของพระ หรือข้อมูลทางการเงินของวัด เช่น เลขบัญชีธนาคาร ซึ่งจะต้องมีระบบป้องกันที่เหมาะสมเพื่อกันภัยจากการรั่วไหลของข้อมูล
มอบสำนักพุทธฯ ทำคู่มือปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วน
มหาเถรสมาคมมีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นผู้นำในการจัดทำคู่มือการดำเนินการ เก็บข้อมูลวัด ทั่ว 77 จังหวัด อย่างครอบคลุม และจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และลดข้อข้องใจในกระบวนการ
ในระหว่างการจัดทำคู่มือนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจะประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะกรรมการความมั่นคง เพื่อขอให้ชะลอการดำเนินการเก็บข้อมูลไว้ก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
แนวทางสำหรับพุทธบริษัทและคณะกรรมการจังหวัด
รศ.ชัชพล กล่าวเสริมว่า มส.ได้รับทราบและเห็นชอบกับพระคติธรรมจากสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเน้นหลักการในการส่งมอบข้อมูลวัดอย่างเพื่อสาธารณะประโยชน์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลไปแล้วหลายพื้นที่ โดยมีความราบรื่น แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่ยังมีข้อบกพร่อง จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจนจากสำนักงานขึ้นมา
ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะให้ในระดับจังหวัด เจ้าคณะต่างๆ และฝ่ายความมั่นคง ต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความเป็นพระ และการเคารพในพระวินัยเป็นสำคัญ
การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของมส. ต่อการคุ้มครองพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ และสร้างความเข้าใจร่วมกันในระบบที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติอย่างรอบคอบ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน
หากคุณเป็นผู้ดูแลด้านศาสนา วัด หรืออยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการเก็บข้อมูลวัด ควรติดตามข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญที่อาจมีผลต่อหน่วยงานของคุณ
ที่มา – มส.มีมติให้ชะลอ ‘เก็บข้อมูลวัด’ มอบ ‘สำนักพุทธฯ’ ทำคู่มือปฏิบัติงาน