‘มาริษ’ เผยหลักฐานถึง ‘ยูเอ็น’ ย้ำ ‘กัมพูชา’ สังหารพลเรือน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปหารือกับนางนาดา อัล-นาชิฟ รองข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ที่สำนักงานใหญ่ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อชี้แจงสถานการณ์และความขัดแย้งระหว่างไทยกับ กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในอาณาเขตของไทย ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา
‘มาริษ’ เผยหลักฐานถึง ‘ยูเอ็น’ ย้ำ ‘กัมพูชา’ สังหารพลเรือน
ในการชี้แจงครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศได้นำเสนอ หลักฐาน ทั้งเอกสารและพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันความจริงที่ว่า ฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดโจมตีพลเรือนไทยในพื้นที่เขตแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาที่ลายใต้สัญญาณมือของตัวเอง และกลุ่มประเทศสากล
นายมาริษ ระบุว่า ทั้งการโจมตีแบบไม่เลือกเป้า การใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ และการโจมตีในพื้นที่พลเรือน เป็นการสังหารที่ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ รวมถึงทำลายเสถียรภาพของความสัมพันธ์ในภูมิภาคอย่างรุนแรง
แรงกดดันจากโซเชียลมีเดียและ ข่าวปลอม
นอกจากนี้ รองข้าหลวงใหญ่ฯ ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าว ปลอม และการใช้สื่อโซเชียลเพื่อปลุกปั่นความขัดแย้ง ทั้งยังได้ชื่นชมท่าทีของไทยในการเปิดใจให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมสนับสนุนให้ไทยกับกัมพูชานำแนวทางการพูดคุย dialog เพื่อแก้ปัญหาอย่างสันติ
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า รองข้าหลวงใหญ่ฯ ให้คำแนะนำชัดเจนว่าควรแก้ปัญหาภายใต้กรอบของกติการะหว่างประเทศ ไม่ใช้การสื่อสารแอบอ้างอิงค์ และขอให้ทั้งสองฝ่ายลดการเผยแพร่ข่าวที่มีลักษณะบิดเบือนจากสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชน
ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้มีน้ำหนักอย่างมาก เพราะถือเป็นสัญญาณบวกจากโลกภายนอกที่จะช่วยสนับสนุนให้ไทยกับกัมพูชาสามารถแก้ปัญหาในรูปแบบสันติ และจริงใจ ภายใต้หลักโลกมนุษยธรรม
นอกจากนี้ รัฐมนตรีมาริษ ยังมีกำหนดการเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (APMBC) ครั้งที่ 22 ที่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับการหารือกับสำนักงานของเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์และผลักดันให้กัมพูชาเข้ามาร่วมดำเนินการป้องกันและกำจัดทุ่นระเบิดร่วมกับไทย ภายใต้กรอบสากล
การเคลื่อนไหวของไทยในคราวนี้ แสดงถึงความตั้งใจที่จะปกป้องพลเมือง และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในเวทีสากลว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ช่วยให้ชาวโลกเข้าใจความจริงอย่างถูกต้อง และไม่钖ให้กับข่าว ปลอม ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
กรณีของไทยกับกัมพูชาถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับการจัดการขัดแย้งในระบบทวิภาคีภายใต้กรอบของยูเอ็น หากการเปิดใจและการให้ความสำคัญกับสันติภาพมีความจริงใจย่อมลดความรุนแรงในระยะยาวได้
ที่มา – ‘มาริษ’ ส่งหลักฐานถึงรองข้าหลวงใหญ่ ‘ยูเอ็น’ ย้ำ ‘กัมพูชา’สังหารพลเรือน-ปั่นเฟคนิวส์

