ยกระดับศูนย์ CDC สู่ฮับภูมิภาค ดันยอดขาย 5,000 ล้าน
กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าครั้งสำคัญกับแผน ยกระดับศูนย์ CDC สู่ฮับภูมิภาค เพื่อเปลี่ยนศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ให้เป็นจุดเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น แนวทางนี้มุ่งลดความเสียหายระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล พร้อมช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายที่มั่นคงและสามารถกำหนดราคาผลผลิตได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า การพัฒนาศูนย์ CDC ให้เป็นฮับประจำภูมิภาคเป็นไปตามนโยบายของนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฯ เตรียมคัดเลือกศูนย์ที่มีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่ บุคลากร ระบบจัดเก็บ และเครือข่ายสหกรณ์ เพื่อขับเคลื่อนอย่างจริงจังในปีงบประมาณ 2570
ยกระดับศูนย์ CDC สู่ฮับภูมิภาค เพื่อกระจายสินค้าเกษตร
หัวใจสำคัญของแผนนี้คือการทำให้ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์เป็นมากกว่าสถานที่รวบรวมสินค้า แต่ต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของขบวนการสหกรณ์ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การรวบรวมผลผลิต การคัดคุณภาพ การจัดเก็บ ไปจนถึงการกระจายสินค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ เมื่อแต่ละภูมิภาคมีฮับที่ทำงานเชื่อมโยงกัน สินค้าจะเดินทางสั้นลง ใช้เวลาและต้นทุนลดลง อีกทั้งยังรักษาคุณภาพสินค้าได้ดีขึ้น
ยกระดับศูนย์ CDC สู่ฮับภูมิภาคในพื้นที่สำคัญ
สำหรับพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม มีการพิจารณาจุดรวบรวมหลักในหลายภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจมีฮับที่สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด และสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรวบรวมสินค้าก่อนส่งต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง ส่วนภาคเหนือมีพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ขณะที่ภาคใต้พิจารณาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านภาคกลางมีชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย รวมถึงสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นเครือข่ายสำคัญ
นอกจากการกำหนดพื้นที่แล้ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังเตรียมจัดสัมมนาเครือข่ายอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้ง เพื่อให้สหกรณ์ภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตรได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้า ความต้องการของตลาด และโอกาสทางธุรกิจ การพบปะอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เกิดการจับคู่ธุรกิจที่เหมาะสม เช่น การเชื่อมโยงผู้ผลิตผลไม้กับผู้ซื้อรายใหญ่ หรือการจับคู่สินค้าชุมชนกับช่องทางค้าปลีกและตลาดออนไลน์
งบ 500 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพศูนย์กระจายสินค้า
ในปีงบประมาณ 2570 กรมฯ เตรียมเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ประมาณ 500 ล้านบาท โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำระหว่างร้อยละ 1-3 เพื่อสนับสนุนสหกรณ์ที่มีศักยภาพนำไปขยายศูนย์ CDC งบประมาณดังกล่าวสามารถใช้ปรับปรุงอาคาร โรงเรือนรวบรวมและคัดคุณภาพผลผลิต รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็น เช่น รถบรรทุก รถห้องเย็น และรถโฟล์คลิฟท์
- พัฒนาอาคารและพื้นที่จัดเก็บ: รองรับสินค้าได้มากขึ้นและจัดระบบสินค้าได้เป็นหมวดหมู่
- เพิ่มระบบคัดคุณภาพ: ช่วยให้สินค้าได้มาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
- ลงทุนด้านการขนส่ง: ลดความเสียหายและรักษาความสดของผลผลิตระหว่างเดินทาง
- วางแผนการผลิตตลอดห่วงโซ่: เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
การสนับสนุนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนการผลิตให้สมาชิกสหกรณ์สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีมาตรฐานสม่ำเสมอ แนวทางนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาดในบางช่วง และเพิ่มโอกาสให้ผลผลิตสามารถขายได้ในราคาที่เหมาะสม
ยอดขาย CDC เติบโต ตั้งเป้าแตะ 5,000 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าศูนย์ CDC มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนกันยายนมียอดมูลค่าซื้อขายรวมกว่า 3,130 ล้านบาท และคาดว่าภายในเดือนธันวาคมจะทำได้ตามเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด ได้แก่ ข้าวสาร อันดับสองคือผลไม้ และอันดับสามคือสินค้าแปรรูปต่าง ๆ
สำหรับปีถัดไป กรมฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้หากการเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น การ ยกระดับศูนย์ CDC สู่ฮับภูมิภาค จะช่วยให้สินค้าแต่ละพื้นที่มีช่องทางเข้าสู่ตลาดที่หลากหลาย และช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรโดยตรง
จับมือภาคขนส่งและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
อีกหนึ่งแผนสำคัญคือการเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจกับสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการขนส่งสินค้าสหกรณ์ในอัตราพิเศษ ความร่วมมือนี้จะช่วยให้การขนส่งสะดวก รวดเร็ว และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้รถห้องเย็นหรือสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด
กรมฯ ยังเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อคัดเลือกสินค้าสหกรณ์เกรดพรีเมี่ยมไปทำตลาดต่างประเทศ หากดำเนินการได้ตามแผน สหกรณ์จะไม่ได้พึ่งพาเฉพาะตลาดในประเทศ แต่จะมีโอกาสสร้างรายได้จากตลาดส่งออกมากขึ้น สินค้าที่มีศักยภาพอาจรวมถึงข้าว ผลไม้สด ผลไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์
โดยภาพรวม การ ยกระดับศูนย์ CDC สู่ฮับภูมิภาค เป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และอาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างยั่งยืน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันจริงจัง ทั้งสหกรณ์ เกษตรกร ผู้ให้บริการขนส่ง และหน่วยงานรัฐ เป้าหมายยอดขาย 5,000 ล้านบาทอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ใหญ่กว่าเดิม สำหรับผู้บริโภค การสนับสนุนสินค้าสหกรณ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรไทย
ที่มา – ทุ่ม 500 ล้านบาทยกระดับศูนย์ CDC สู่”ฮับ” ประจำภูมิภาค ตั้งเป้าสิ้นปี 69 ยอดขายแตะ 5,000 ล.